"วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร" เผยภาพแรกของหนังสืออนุสรณ์และบันทึกว่าด้วยคดีความพระเถระวัดสระเกศ ในวาระครบรอบนักษัตร 12 ปีแห่งมรณกาล "สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร)"

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้เผยภาพแรกของหนังสืออนุสรณ์ในวาระครบรอบนักษัตร 12 ปีแห่งมรณกาล สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) พระมหาเถระที่มีอุปการะแก่การพระศาสนาในประเทศไทยอย่างสูงยิ่งรูปหนึ่ง ทั้งยังมีเกียรติคุณในการวางรากฐานงานพระธรรมทูตไปต่างประเทศ จนเกิดวัดในต่างประเทศกระจายอยู่ทั่วโลก 

ซึ่งในวาระครบรอบนักษัตร 12 ปีแห่งมรณกาล และก้าวสู่ปีที่ 13 ในปีนี้ ศิษยานุศิษย์ได้จัดพิมพ์หนังสือ "ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) และบันทึกว่าด้วยคดีความพระเถระวัดสระเกศ" เป็นอนุสรณ์ 

นับเป็นการเปิดเผยข้อมูลอันเป็นที่มาแห่งคดีความพระเถระวัดสระเกศครั้งแรก ตั้งแต่วัดสระเกศเผชิญมรสุมอย่างหนักหน่วง ผ่านเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ กินระยะเวลายาวนาน  จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติดังเช่นในปัจจุบัน 

นอกจากนั้น หนังสือเล่มนี้ ยังเผยให้เห็นถึงคำสั่งเสียของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) อันเป็นพินัยกรรมจากพระอุปัชฌาย์ ที่เตือนสานุศิษย์ ไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาท ก่อนมรณภาพ 

"เมื่อหลวงพ่อไม่อยู่แล้ว จะเกิดภัยกับพวกเรามาก อย่าพากันประมาท หลวงพ่อไม่เห็นทันเห็นหรอก ในเวลานั้น เพราะหลวงพ่อไม่อยู่แล้ว" 

สำหรับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร ป.ธ.9) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ได้ถึงมรณภาพเมื่อวันที่ 10 เดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2556 จนถึงปีพุทธศักราช 2569 นี้ นับเป็นปีที่ 13 จากปีที่ถึงมรณภาพ 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) ในมุมมองการรับรู้รับทราบของบรรดาศิษยานุศิษย์ มีมากมายเกินกว่าคณานับ สมเด็จพระพุฒาจารย์เป็นพระมหาเถระที่มีความรักใน 3 สถาบันหลัก คือ สถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างสูงยิ่ง จึงได้บันทึกความรักความเทิดทูนดังกล่าว ไว้ในพินัยกรรมเพื่อให้เป็นทิฏฐานุคติแก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป 

เป็นพระมหาเถระ เป็นหลวงพ่อ เป็นหลวงปู่ ที่มีความเมตตามาก ถูกต้องตรงตามอรรถกถาสุมังคลวิลาสินี ที่ว่า "อุตฺตานมุขี" ผู้มีใบหน้ายิ้มแย้ม พร้อมต้อนรับ เปี่ยมด้วยเมตตา เป็นใบหน้าโดยธรรมชาติ มิได้มีการปั้นหน้าแต่อย่างใด เป็นพระมหาเถระผู้ถึงพร้อมด้วยพรหมวิหารธรรม มีคุณธรรมครบทั้ง 4 ประการ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา

เป็นพระมหาเถระที่มีความเอาใจใส่ สนใจสอบถามสารทุกข์สุขดิบความเป็นอยู่ของพระภิกษุสามเณรทุกรูปภายในสำนักวัดสระเกศ รู้ด้วยว่ารูปใดอยู่ห้องไหน ห้องเล็ก หรือห้องใหญ่ อยู่คณะไหน เพราะรู้แปลนการก่อสร้างของทั้ง  17 คณะวัดสระเกศ โดยถ่องแท้ 

เป็นพระมหาเถระที่เอาใจใส่ต่อการศึกษา ทั้งการศึกษานักธรรม บาลี ปริยัติสามัญ คำสอนที่ได้ยินเป็นประจำ คือ พระภิกษุสามเณรทุกรูปต้องเล่าเรียนศึกษา เรียนให้รู้จริง ต้องรู้เท่าทันโลก เป็นต้น 

ในเทศกาลเข้าพรรษา สมเด็จพระพุฒาจารย์ ต้องลงบรรยายให้ความรู้แก่พระนวกะผู้บวชจำพรรษา ในชั่วโมงวันศุกร์ ด้วยวิชาความรู้ทั่วไป แต่คือ บรรยายเรื่องพระไตรปิฎก รวมไปถึงพระอภิธรรมปิฎก สอนเรื่อง จิต เจตสิก รูป นิพพาน แต่บรรยายให้ฟังเพลินจนนึกไม่ถึงว่ากำลังบรรยายเรื่องพระไตรปิฎก 

เป็นพระมหาเถระที่เอาใจใส่ต่อกิจการงานของวัดที่เป็นงานประจำ และงานพิเศษ เมื่อใกล้ถึงวันสำคัญนั้น ๆ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ต้องถามก่อนว่า วันพระ 8 ค่ำ, วันพระ 15 ค่ำ ที่จะถึงนี้ รูปใดเป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนาในพระอุโบสถ, รูปใดเป็นองค์อาราธนา รูปใดเป็นองค์แสดงพระปาฏิโมกข์, ครูสอนบาลีชั้นประโยคนี้ วันนี้รูปใดเป็นอาจารย์สอน, วันปาฏิโมกข์ก่อนโน้น พระภิกษุ ก. มีกิจธุระไปไหน จึงไม่ได้ลงอุโบสถฟังพระปาฏิโมกข์, อาการไม่สบายของพระภิกษุสามเณรรูปนั้นเป็นอย่างไร ฝากพระอาจารย์และเจ้าคณะเป็นภารธุระดูแลให้ด้วยนะ จ่ายค่าใช้จ่ายไปเท่าไรให้มาเบิกกับหลวงพ่อ ฯลฯ 

สำนักวัดสระเกศ กำหนดทำวัตร 3 เวลา ภาคเช้า เวลา 08.30 น. ภาคเย็น เวลา 17.15 น. แต่ภาคค่ำ เวลา 21.00 น. เป็นเวลาทำวัตรที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ จะเป็นผู้นำทำวัตรด้วยตนเอง แม้จะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ กลับมาถึง ก็ยังต้องไปทำวัตรในเวลา 21.00 น. นี้ ไม่ทันขึ้นนั่งทำวัตร ก็นั่งเก้าอี้ด้านล่างอาสน์สงฆ์ ได้ปฏิบัติเช่นนี้ จนถึงการอาพาธที่ไม่สามารถนั่งทำวัตรได้แล้ว จึงหยุด

เป็นพระมหาเถระที่มีความจำแม่น จำเรื่องราว สถานที่ ตลอดจนจำบุคคลได้แม่นยำ ไม่ใช่จำได้แต่ชื่อของบุคคลคนนั้นเท่านั้น แต่จำได้ถึงบรรพบุรุษบิดามารดา ปู่ย่า ตายาย และเรื่องราวการดำเนินชีวิตของครอบครัว ตระกูลต่าง ๆ เหล่านั้น ได้อย่างถูกต้องแม่นยำด้วย

อีกทั้งยังเป็นพระมหาเถระที่มีความรับผิดชอบสูงทั้งในการรับผิดชอบตนเองและรับผิดชอบต่อส่วนรวมหรือการณ์พระศาสนา เป็นพระมหาเถระที่มีความร่วมสมัยและมีวิสัยทัศน์ที่นำสมัย ปรากฏรายละเอียดในภาคประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ดังที่จะกล่าวในหนังสือเล่มนี้แล้ว