บุรีรัมย์ ไข่ไก่ราคาพุ่งไม่หยุด ปรับขึ้นอีกฟองละ 20 สตางค์ ดันราคาพุ่งแตะฟองละ 4 บาท แม่ค้าในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ได้แต่ยิ้ม โอด “รวยไม่ไหวแล้ว” จี้รัฐบาลต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วยพยุงค่าครองชีพ
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกาศปรับขึ้นราคาไข่ไก่ คละหน้าฟาร์มอีก 20 สตางค์/ฟอง หรือ 6 บาท/แผง โดยปรับราคาจาก 3.80 บาท/ฟอง เป็น 4.00 บาท มีผลวันนี้ ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
โดยบรรยากาศตามแผงค้าปลีกและตลาดสดหลายแห่งสะท้อนเสียงสะเทือนใจจากผู้ประกอบการรายย่อย
นางสาวพรลดา วรฤกษ์ อายุ 48 ปี แม่ค้าขายไข่ไก่ในตลาดสดเทศบาลตำบลพุทไธสง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยด้วยความกลัดกลุ้มว่า แม้ตัวเลขราคาขายหน้าร้านจะดูสูงขึ้นจนคนนอกมองว่าน่าจะขายดีได้กำไรเยอะ แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะทุนที่รับมาก็แพงลิบลิ่ว กำไรต่อฟองแทบไม่เหลือ แถมเงินหมุนเวียนในร้านต้องใช้ทุนสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ยอดขายรวมก็ลดลงเพราะลูกค้าประจำเริ่มประหยัดเงิน ซื้อลดลงจากเดิมที่เคยยกแผงก็เหลือแค่ครึ่งแผง แม่ค้าไข่ไก่กล่าวด้วยความกังวล ยอมรับว่าตอนนี้ “รวยไม่ไหวแล้ว”
ด้านนางสมบัติ อนนท์ตรี อายุ 64 ปี แม่ค้าขายไข่ไก่ กล่าวว่าได้รับแจ้งแล้วว่า วันที่ 7 ส.ค.69 ราคาไข่ไก่จะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเป็นฟองละ 4 บาท ท่ามกลางวิกฤตราคาไข่ไก่ที่แพงขึ้น ตนยังพอมีที่พึ่งจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือจากทางภาครัฐที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้ รู้สึกโชคดีที่ยังมีโครงการนี้เข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ทันเวลา แต่ก็เกิดความวิตกกังวลว่าหากโครงการสิ้นสุดลงในเร็วๆ นี้ เนื่องจากเหลือแค่ 1 เดือน หลังหมดโครงการจะทำให้ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างหนัก
จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา “ต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส” ออกไปอีก เพื่อช่วยพยุงกำลังซื้อและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในระยะนี้