เจ้าหน้าที่เจอแล้ว ชาวบ้าน 6 คน พลัดหลงขณะเข้าไปเก็บเห็ดในพื้นที่ป่าบริเวณน้ำตกผาลี่ ภายในอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก จ.กาฬสินธุ์ ปลอดภัยทุกราย


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 อำเภอสมเด็จได้รับแจ้งว่า ชาวบ้านบ้านนามะเขือ หมู่ที่ 12 ตำบลนามะเขือ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 6 คน ประกอบด้วยหญิง 5 คน และชาย 1 คน ได้เข้าไปหาของป่าและเก็บเห็ดบริเวณน้ำตกผาลี่ บ้านโคกกว้าง หมู่ที่ 10 ตำบลมหาไชย อำเภอสมเด็จ ก่อนจะพลัดหลงภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก ไม่สามารถเดินออกจากพื้นที่ได้ (อ่านข่าว : เร่งค้นหาต่อ 6 ชาวบ้านเก็บเห็ดหลงป่า อุทยานฯ ภูผาเหล็ก จ.กาฬสินธุ์)

ภายหลังรับแจ้งเหตุ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้นายอำเภอสมเด็จระดมกำลังค้นหาโดยบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ เทศบาลตำบลมหาไชย สถานีตำรวจแซงบาดาล เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก มูลนิธิเมตตาธรรม อาสาร่วมใจกาฬสินธุ์ พร้อมนำสุนัขดมกลิ่นและอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ติดตั้งกล้องตรวจจับความร้อน เข้าสนับสนุนภารกิจค้นหาอย่างเต็มกำลัง

ตลอดการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อผู้พลัดหลงได้เป็นระยะผ่านทางโทรศัพท์ แม้สัญญาณจะขาดหายเป็นช่วง ๆ เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูง ลาดชัน มีลำห้วย และมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การเข้าถึงพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก

อำเภอสมเด็จยังได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือ ณ หน่วยจัดการต้นน้ำลำชี ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก เพื่อประสานการปฏิบัติงาน พร้อมได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์และโรงพยาบาลสมเด็จ ในการจัดตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่รองรับการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ

ล่าสุด (6 สิงหาคม 2569) เจ้าหน้าที่สามารถค้นพบผู้พลัดหลงทั้ง 6 คนได้แล้ว พบเห็นที่บริเวณภูเหล่า เลยสันกิ่ว พื้นที่อุทยานแห่งชาติภูพาน โดยทุกคนปลอดภัย และอยู่ระหว่างการนำตัวออกจากพื้นที่ พร้อมตรวจประเมินสุขภาพโดยทีมแพทย์ ก่อนส่งกลับสู่ครอบครัวอย่างปลอดภัย ท่ามกลางความชื่นชมต่อความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปฏิบัติภารกิจจนประสบความสำเร็จ

อ.ติงลี่ เปิดเผยว่า การค้นหาช่วยชีวิตนั้นมีหลักการสำคัญคือผู้ปฏิบัติต้องประสานความร่วมมือกันให้มากที่สุด รวบรวมทรัพยากร และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างเป็นมืออาชีพ และเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงแผนที่มาประกอบกันในการวิเคราะห์วางแผนว่า ใครทำอะไรที่ไหนแล้ว, จุดไหนหาแล้ว, จุดไหนยังไม่หา, จุดไหนต้องสงสัย

นี่ยังไม่รวมถึงการ fail หรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ ที่เกิดกับตัวผู้ช่วยเหลือเอง เพราะเรามัวแต่โฟกัสว่าต้องช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่เราอย่าลืมแผนความปลอดภัยในแต่ละทีมของเราเองด้วย

ดังนั้นจุดประสงค์ในการตั้งกลุ่มนี้ไม่ใช่เพื่อมาสั่งการใคร แต่เพื่อสร้างการประสานความร่วมมือในแต่ละทีม เป็นการรวบรวมข้อมูลข่าวสารการปฏิบัติเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที (Golden Time) ทำงานภายใต้ตำรา แต่เราจะไม่ทำงานภายใต้ความรู้สึก

อ.ติงลี่ เปิดเผยอีกว่า ทีมเราเป็นทีมส่วนหน้า ที่ออกทำภารกิจตั้งแต่เวลา 08.20 น. เดินทางกันตลอดทั้งคืน ทำการค้นหาตลอดคืน ได้พักในช่วงตี 5 ถึง 6 โมงเช้า เพราะเกิดมีฝนตก แล้วออกเดินทางค้นหาต่อจนถึงเวลา 10.30 น. ทำให้ทุกคนเกิดภาวะเหนื่อยล้า เพราะต้องเดินค้นหาแนวลาดชัน 90 องศา ก็มี

อย่างไรก็ตาม อ.ติงลี่ แนะนำคนหาของป่าอีกว่า “ความรู้ความเข้าใจในการเข้าป่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปีมานี้ ได้ออกค้นหาผู้สูญหายในป่าในเขตภาคอีสานเยอะมาก แทบจะทุกจังหวัดที่มีป่า ที่มีปัญหาตั้งต้นไม่ต่างกันคือการหลงทิศ เพราะไม่เตรียมตัวเอาเครื่องยังชีพไปด้วย ขั้นตอนง่าย ๆ อันดับแรกคือโทรศัพท์ พาวเวอร์แบงก์ แอปเข็มทิศ ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ ต้องจำให้ได้ว่าเข้าทิศไหนกลับทิศนั้น “รู้ทิศ รู้ทาง รู้เตรียมการ รู้เตรียมพร้อม” เกิดหลงทิศเมื่อไหร่ก็หยุดนิ่งค่อย ๆ คิด ดูทิศดูทาง ก็จะไม่หลงป่า”