เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง สกัดจับ "รถตู้ขนแรงงานต่างด้าว" ที่ จ.กาญจนบุรี ซิ่งหนีตำรวจจนเสียหลัก ปีนขึ้นเกาะกลางถนน รวบตัวคนขับชาวไทย และแรงงานเมียนมา พบอัดแน่นกันมา 43 ชีวิต
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. , พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. โดยมี พ.ต.ท.กฤษฎา พ่วงปาน สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. สนธิกำลังกับ พ.ต.อ.ธวัลธรณ์ พุฒิธนพิศุทธิ์ ผกก.ตชด.13 นำ ตร.ชุด ชปข./ขปส.กก.ตชด.13, จนท.ทหารชุด ชป.ขว กกล.สุรสีห์ พล.ร.9, จนท.ตร.ตม.จว.กาญจนบุรี, จนท.ตร.สภ.บ่อพลอย, ฝ่ายปกครองอำเภอบ่อพลอย หลังได้รับแจ้งจากสายข่าว ว่ามีขบวนการนำพาหรือช่วยเหลือบุคคลแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งได้ลักลอบเดินทางเข้ามาผ่านช่องทางธรรมชาติ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
จึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาและวางแผนจับกุม จนกระทั่งวันนี้ (5 ส.ค.) เวลาประมาณ 04.30 น. ได้พบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อ Toyota สีขาว หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน ซึ่งน่าจะมีกลุ่มบุคคลต่างด้าวนั่งอยู่ภายในรถยนต์ตู้คันดังกล่าว กำลังขับขี่อยู่บนถนนสายกาญจนบุรี – น้ำตกเอราวัณ อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และส่งสัญญาณเรียกให้รถยนต์ตู้คันดังกล่าวจอด เมื่อผู้ขับขี่รถยนต์ตู้คันดังกล่าวทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แสดงท่าทีมีพิรุธได้ขับขี่รถยนต์ตู้หลบหนีมาเส้นทางท่าพะเนียด - บ่อพลอย
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตาม และแจ้งศูนย์วิทยุ 191 สภ.บ่อพลอย จว.กาญจนบุรี สกัดจับรถยนต์ตู้คันดังกล่าว เมื่อมาถึงบริเวณถนนสาธารณะสายหน้าวัดรัชดาภิเษก หมู่ที่ 1 ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี รถยนต์ตู้คันดังกล่าวได้เสียหลักปีนขึ้นเกาะกลางบนถนน จนทำให้รถไม่สามารถขับขี่ต่อได้
จากนั้นผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวได้วิ่งหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวและควบคุมตัวไว้ ทราบชื่อคือ นายวรพันธ์ ตาโท้ หรือ ต้น อายุ 34 ปี ชาว จ.กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาที่ 1
และตรวจสอบรถยนต์ตู้คันดังกล่าว พบบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาที่ 2 – 44 อยู่ภายในรถยนต์ตู้คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขอตรวจสอบเอกสารการเดินทาง หรือเอกสารอื่นใช้แทนเอกสารการเดินทาง ผู้ต้องหาที่ 2 – 44 ไม่สามารถนำเอกสารใดๆ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้
สอบถามผู้ต้องหาที่ 2 – 44 โดยผ่านล่ามแปลให้การว่า พวกตนเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลักลอบเดินทางเข้ามาตามเส้นทางธรรมชาติฝั่งเมียนมาบ้านบ่อญี่ปุ่น อ.พญาตองซู ประเทศพม่า เข้ามาใน อ.สังขละบุรี ผ่าน อ.ทองผาภูมิ และ อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อเข้ามาทำงานในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย โดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางประมาณ 96,000 – 100,000 บาทต่อคน โดยมีผู้ต้องหาที่ 1.ขับขี่รถยนต์ตู้ มารับพวกตนที่บริเวณสวนส้มโอ ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี เพื่อจะนำพาพวกตนไปส่งที่ปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนกระทั่งถูกจับกุมเสียก่อน
จากนั้นจึงได้สอบถามผู้ต้องหาที่ 1 (คนขับรถ) ให้การว่าตนได้รับว่าจ้างจากนายสไปร ไม่ทราบชื่อสกุลจริง โดยติดต่อผ่านโทรศัพท์ เมมชื่อผู้ใช้ "สไปร" โดยโทรติดต่อให้ตนขับขี่รถยนต์ตู้เดินทางไปรับผู้ต้องหาที่ 2 – 44 ที่บริเวณสวนส้มโอ ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี เพื่อที่จะนำมาส่งที่ปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้ค่าจ้างจำนวน 2,500 บาทต่อคน โดยจะได้รับค่าจ้างเมื่อนำผู้ต้องหาที่ 2 – 44 ถึงปลายทางแล้ว
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาที่ 1 "ให้ที่พัก ซ่อนเร้น อุปการะ หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองพ้นจากการจับกุม" และผู้ต้องหาที่ 2 – 44 "เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาข้างต้นและสิทธิของผู้ต้องหาที่ 1 – 44 ให้ทราบ ควบคุมตัวผู้ต้องหามาทำการบันทึกจับกุมที่ สภ.บ่อพลอย และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อพลอย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.