ปภ. แจ้งเตือน 49 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 6-9 ส.ค. 69
วันที่ 5 ส.ค. 69 เวลา 05.00 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศฉบับที่ 1 (143/2569) เรื่อง คลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ประกาศ ณ วันที่ 4 ส.ค. 69 เวลา 05.00 น.
โดยแจ้งว่า ในช่วงวันที่ 6-9 ส.ค. 69 ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง
ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขณะที่อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 6-9 ส.ค. 69 แยกเป็น
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม จำนวน 49 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ได้แก่
- ภาคเหนือ (15 จังหวัด): แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (17 จังหวัด): เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
- ภาคกลาง (13 จังหวัด + กทม./ปริมณฑล): กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคใต้ (4 จังหวัด): ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต
พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง
- ภาคกลาง: ชลบุรี (อ.เมืองชลบุรี ศรีราชา เกาะสีชัง บางละมุง สัตหีบ), ระยอง (อ.เมืองระยอง บ้านฉาง แกลง), จันทบุรี (อ.นายายอาม ท่าใหม่ แหลมสิงห์ ขลุง) และตราด (อ.เมืองตราด แหลมงอบ คลองใหญ่ เกาะช้าง เกาะกูด)
- ภาคใต้: ระนอง (อ.เมืองระนอง สุขสำราญ กะเปอร์), พังงา (อ.เกาะยาว ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า คุระบุรี) และภูเก็ต (ทุกอำเภอ)
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมรับมือ โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) และเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติโดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นไม่ให้บุคคลเข้าพื้นที่ กรณีที่มีคลื่นลมแรงขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเลห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำและแจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ ผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด พร้อมให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต จัดตั้ง War Room ระดับพื้นที่ ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งให้จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับหากมีการอพยพประชาชนโดยจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของดำรงชีพให้เพียงพอด้วย และหากมีประกาศแจ้งเตือนภัยขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน "THA DISASTER ALERT" และแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป.