เนสท์เล่ แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มระดับโลกสัญชาติสวิส ที่เติบโตเคียงข้างคนไทยมากว่า 130 ปี เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมให้สังคมไทย ผ่านการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และยึดมั่นในธรรมาภิบาล เพื่อก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน
กว่า 130 ปี เนสท์เล่ เคียงข้างไทย ด้วยหัวใจยั่งยืน
“เนสท์เล่” (Nestlé) ถือเป็นบริษัทสัญชาติสวิสที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 160 ปีในระดับโลก และเป็นแบรนด์ที่ผูกพันกับคนไทยมานานกว่า 130 ปี
ปัจจุบัน เนสท์เล่เป็นหนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทย โดยมีพนักงานในไทยกว่า 3,000 คน และโรงงานผลิต 8 แห่งทั่วประเทศ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเติบโตเคียงข้างสังคมไทยด้วยการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2561–2568 เนสท์เล่ได้ลงทุนในประเทศไทยรวมกว่า 27,800 ล้านบาท เพื่อยกระดับเทคโนโลยีการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
หนึ่งในความสำเร็จที่สะท้อนความผูกพันระหว่างเนสท์เล่กับผู้บริโภคไทยได้อย่างชัดเจน คือ “เนสกาแฟ” แบรนด์กาแฟระดับโลกที่ถือกำเนิดขึ้นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปี 1938 และเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นกาแฟแก้วโปรดที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาหลายยุคหลายสมัย และยังคงเป็นกาแฟแก้วโปรดของคนไทยมาจนถึงทุกวันนี้
ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยหลัก ESG โตไปพร้อมกับสังคมอย่างยั่งยืน
เนสท์เล่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การเติบโตทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังดำเนินธุรกิจควบคู่กับหลัก ESG (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล พร้อมใช้แนวทาง Creating Shared Value (CSV) หรือการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมไทยให้ยั่งยืนใน 3 มิติด้วยกัน
มิติที่ 1: สิ่งแวดล้อม (Environment) ปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
เนสท์เล่ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า และมีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
- นวัตกรรมและพลังงาน: ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้นำไปรีไซเคิลได้ ลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ และใช้ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในโรงงาน
- วัตถุดิบและการเกษตร: ใช้เมล็ดกาแฟกับน้ำนมดิบจากการจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ 100% พร้อมมุ่งส่งเสริม “การเกษตรเชิงฟื้นฟู” ด้วยการถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรไทย เพื่อฟื้นฟูหน้าดินและความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างรากฐานให้การเกษตรไทยเติบโตอย่างมั่นคงควบคู่ไปกับสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
มิติที่ 2: สังคม (Social) ยกระดับคุณภาพชีวิตและชุมชน
เนสท์เล่มุ่งยกระดับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยในทุกช่วงวัย ผ่านผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย
- สุขภาพและโภชนาการ: ผลิตภัณฑ์ของเนสท์เล่ได้รับตรา “ทางเลือกสุขภาพ” กว่า 124 รายการ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศไทย และสินค้าสำหรับเด็ก 100% มีการเสริมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น นอกจากนี้ ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา เนสท์เล่ได้ให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่คนไทยกว่า 5.5 ล้านคน ปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพเพื่อช่วยลดความเสี่ยงโรค NCDs
- เคียงข้างชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก: เนสท์เล่เป็นผู้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าจากเกษตรกรไทยเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ช่วยสร้างรายได้และเศรษฐกิจชุมชนให้มั่นคง รวมทั้งสนับสนุนคนทำธุรกิจร้านค้าผ่านหน่วยธุรกิจ Nestlé Professional ในการให้ความรู้และโซลูชันทางธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการเติบโต
- ความห่วงใยในยามวิกฤต: เนสท์เล่ยืนหยัดคู่สังคมไทยในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมดูแลกลุ่มเปราะบางในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงปี 2563–2568 เนสท์เล่ได้บริจาคเงินและผลิตภัณฑ์รวมกว่า 38 ล้านบาท เพื่อบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ (เช่น น้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่) และมอบผลิตภัณฑ์ผ่านองค์กร SOS คิดเป็นอาหารกว่า 1.41 ล้านมื้อ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ด้อยโอกาส
มิติที่ 3: ธรรมาภิบาล (Governance) รากฐานแห่งความไว้วางใจ
กุญแจสำคัญที่ทำให้เนสท์เล่อยู่คู่คนไทยมายาวนานคือการยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส ซื่อสัตย์ และรักษามาตรฐานคุณภาพความปลอดภัยสูงสุด เพื่อรักษาความไว้วางใจจากผู้บริโภคและสังคม
นี่คือหัวใจของการสร้างคุณค่าร่วมที่เนสท์เล่ยึดมั่นมาตลอดเวลานานกว่า 130 ปีในสังคมไทย เพราะเนสท์เล่เชื่อว่า ความสำเร็จที่แท้จริงคือการสร้างคุณค่าร่วมกัน เพื่อเคียงข้างและขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน