ดับเพิ่มเป็นรายที่ 37 เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เป็นลูกค้าสาว วัย 25 ปี หลังรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บตั้งแต่วันเกิดเหตุ ตร.เผยความคืบหน้าคดี เหลือสอบปากคำ จนท.ไฟฟ้า และผู้เกี่ยวข้องอีก 6-7 ปาก คาดสัปดาห์หน้าสำนวนหลักฐานจะสมบูรณ์ขึ้น
จากกรณีโศกนาฏกรรม เพลิงไหม้สถานบันเทิงโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ช่วงดึกวันที่ 12-13 ก.ค. 69 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และผู้ที่เสียชีวิตหลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่างๆ รวม 36 ราย โดยมีผู้บาดเจ็บจากไฟลวกจำนวน 79 ราย
ขณะที่ด้านคดี พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีฐานความผิดเกี่ยวกับความประมาท และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ขณะนี้พยานฝ่ายผู้ประกอบการ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ญาติผู้เสียชีวิต และผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 150 ปาก
ส่วนนายสุวิชา ไศลบาท อายุ 45 ปี เจ้าของร้าน ยังไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู รพ.เปาโลฯ เกษตร ในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ กทม. มีคำสั่งให้นายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์ ผอ.สำนักงานเขตจตุจักรไปช่วยราชการสำนักปลัด กทม. เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและไม่กระทบต่อการปฏิบัติงาน ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว นั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 05.39 น. วันที่ 29 ก.ค. 69 ร.ต.อ.พีระพงษ์ โพธิ์ศรี รอง สว.(สอบสวน) สน.พญาไท ไปตรวจสอบเหตุกรณี น.ส.อรอนงค์ สาริศรี อายุ 25 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บจากเหตุไฟไหม้ดังกล่าว ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ราชวิถี ได้เสียชีวิตลงเป็นรายที่ 37 จึงให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำศพส่งชันสูตร ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ
ทางด้าน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 กล่าวถึงผู้เสียชีวิต รายที่ 37 ว่า ผู้ตายเป็นลูกค้ามาเที่ยว เข้ารักษาตัวที่ รพ.ราชวิถี ตั้งแต่วันเกิดเหตุ และเสียชีวิตช่วงเช้ามืดนี้
ส่วนด้านคดีสำนวนคดีมีความคืบหน้าไป 70-80 เปอร์เซ็นต์ ขาดเพียงสอบเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้านครหลวง และผู้เกี่ยวข้อง 6-7 ปาก ประกอบสำนวน รวมทั้งยังไม่ได้แจ้งข้อหานายสุวิชา ไศลบาท อายุ 45 ปี เจ้าของร้าน เนื่องจากยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู คาดสัปดาห์หน้าเจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้สำนวนมีความสมบูรณ์มากขึ้น.