หากเอ่ยถึงแบรนด์ยานยนต์ที่เคียงข้างและได้รับความไว้วางใจจากคนไทยมาอย่างยาวนาน “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส” คือชื่อแรกๆ ที่อยู่ในใจของผู้ใช้รถเสมอ ตลอด 65 ปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้สร้างภาพจำแห่งความแข็งแกร่ง ทนทาน และสมรรถนะที่พร้อมลุยไปทุกสภาพถนน อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่กับการดึงสปอตไลต์ทุกดวงให้สาดส่องมายังใจกลางเมือง ณ CentralWorld เพื่อพาเราก้าวข้ามสู่ยุคใหม่ที่เฟรชขึ้น สดใสขึ้น และมีพลังมากกว่าที่เคย ผ่านงานอีเวนต์สุดพิเศษที่เนรมิตพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งความสนุก พร้อมประกาศทิศทางใหม่ของแบรนด์อย่างเป็นทางการ

“Enjoy The Ride” มากกว่าการสร้างพาหนะ คือการยกระดับทุกเส้นทางชีวิตคุณ

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือการประกาศทิศทางแบรนด์ใหม่ภายใต้แนวคิด “Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” ซึ่งเป็นการขยับบทบาทจากเพียงผู้ผลิตรถยนต์ สู่การเป็นแบรนด์ที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชี้ให้เห็นว่า “รถยนต์” ในปัจจุบันไม่ใช่แค่พาหนะที่พาเราจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่คือพื้นที่สร้างความสุขของครอบครัว คือเครื่องมือสร้างธุรกิจ และคือเพื่อนคู่ใจในทุกไลฟ์สไตล์



มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เชื่อว่าการเดินทางของชีวิตก็เหมือนกับการขับรถ ที่ไม่ได้มีแค่ทางเรียบให้วิ่งฉิวเสมอไป บางวันเราอาจเจอทางขรุขระ ทางโค้ง หรืออุปสรรคที่ไม่คาดฝัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จึงนำเอา DNA ความแข็งแกร่งที่เคยเอาชนะได้ทุกสภาพถนน มาผสานเข้ากับความเข้าใจในชีวิตจริงของผู้คน เพื่อสร้างสรรค์ยานยนต์และงานบริการที่คอยซัพพอร์ตให้ทุกคนก้าวผ่านทุกข้อจำกัดไปได้ง่ายขึ้น เป็นการประกาศจุดยืนว่า ไม่ว่าเส้นทางชีวิตของคุณจะพลิกแพลงไปรูปแบบไหน แบรนด์ก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างช่วยให้คุณไปต่อได้อย่างไร้กังวล

ด้วยความตั้งใจดังกล่าว ภาพลักษณ์ใหม่นี้จึงมาพร้อมความ Modern, Energetic และการเข้าถึงผู้คนยุคใหม่ได้อย่างกลมกลืน ตอบโจทย์ทุกเส้นทางชีวิตที่มีเรื่องราวและความหมาย คำว่า “Enjoy” จึงไม่ใช่แค่ความสนุกฉาบฉวย แต่คือความรู้สึกอุ่นใจ คล่องตัว และมั่นใจว่าไม่ว่าถนนข้างหน้าจะเป็นอย่างไรคุณก็จะยังสามารถ “จอยได้ทุกเส้นทาง”


เปิดตัวน้อง “MITSURU” Brand Ambassador สายผจญภัยสุดน่ารักที่จะเข้ามาเติมเต็ม Human Touch

และเพื่อให้ความสนุกสนานของแนวคิด “Enjoy the Ride” มีชีวิตชีวาและก้าวเข้าไปใกล้ชิดกับผู้คนได้แบบเต็มๆ ภายในงานครั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังได้เปิดเวทีเดบิวต์ Brand Ambassador คนใหม่อย่างน้อง “MITSURU” (มิต-ซู-รุ) ที่พกเอาความน่ารักซุกซนและเอเนอร์จี้แบบล้นๆ มาเรียกเสียงฮือฮาและรอยยิ้มจากทุกคนในงาน โดย MITSURU ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “The Energetic Boy” เด็กหนุ่มพลังสูงสายผจญภัยสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการดึงเอา DNA ความแข็งแกร่งน่าเชื่อถือของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มาเบลนด์เข้ากับความร่าเริงและเป็นมิตรได้อย่างลงตัว

ความใส่ใจนี้ยังสะท้อนผ่านที่มาของชื่อ ซึ่งเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้อย่างช่างคิด โดยคำว่า "MITSU" ดึงมาจากชื่อเล่นที่คนไทยมักใช้เรียกแบรนด์ด้วยความสนิทสนม นำมาจับคู่กับ "RU" ซึ่งเป็นเสียงลงท้ายที่ให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นอย่างเป็นธรรมชาติ MITSURU จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่มาสคอต แต่ถูกวางบทบาทให้เป็น Brand Ambassador ที่เข้ามาทำหน้าที่เติมเต็ม Human Touch สร้าง Emotional Connection และเป็นตัวกลางเชื่อมแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในโลกดิจิทัล เพื่อทำให้ทุกคนรู้สึกว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คือเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะคลุกคลีและใกล้ชิดกับชีวิตจริงของเรามากขึ้น

ปักหมุดโซนไฮไลต์ สัมผัสความคึกคักและเรื่องราวทรงคุณค่าที่รอให้ทุกคนมา Enjoy

ในงานนี้ นอกจากจะมีการเปิดตัวทิศทางใหม่และน้อง MITSURU ยังมีจุดเช็กอินที่เรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์เด็ดไม่ควรพลาดอีกมากมาย ณ โซน Central Court ที่เหมือนเป็นการทำให้เราสัมผัสได้ถึงคำว่า “Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” อย่างแท้จริง

เมื่อคุณก้าวเข้ามาจะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในนิทรรศการศิลปะผสมผสานกับเพลย์กราวด์ที่เล่าเรื่องราวได้อย่างมีชีวิตชีวา โดยเมื่อมองลงมาจากมุมสูง สายตาจะปะทะกับป้ายกราฟิก Enjoy The Ride ขนาดยักษ์บนพื้น และ VDO ของน้อง MITSURU บนจอลิฟต์แก้วที่คอยทักทายผู้คน ดึงมวลความสนุกให้เริ่มทำงานทันที

พื้นที่ในโซน The Heritage Destination ตรงนี้จะถูกแบ่งเป็น 3 จุดไฮไลต์ที่ร้อยเรียงเรื่องราว 65 ปีได้อย่างน่าสนใจ เริ่มจาก Destination 01 (65 Years That Move Thailand) ที่พาเราย้อนเวลาไปสัมผัสเสน่ห์ของจุดเริ่มต้นอย่างรถสามล้อรุ่นแรก ไล่เรียงมาถึงหน้าประวัติศาสตร์การส่งออก Lancer Champ สู่แคนาดา จนถึงความสำเร็จกับยอดผลิตสะสมครบ 7 ล้านคัน เป็นโซนที่ทำให้เห็นภาพจำอันยาวนานได้อย่างชัดเจน


ถัดมาที่ Destination 02 (Built for Any Road) โซนนี้เปลี่ยนมู้ดให้ดูล้ำสมัยขึ้น พาเราไปสัมผัสแก่นการออกแบบที่เรียกว่า “Robust & Ingenious” พร้อมเจาะลึกเทคโนโลยีการขับเคลื่อน e:MOTION ที่เผยให้เห็นสมรรถนะของรถยุคใหม่ ทั้งระบบ HEV และ Drive Mode ต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับทุกสภาพถนนอย่างชาญฉลาด

ต่อเนื่องไปที่จุด Destination 03 (Every Journey Has A Story) ในโซนนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเอาสเปกเครื่องยนต์มาโชว์สมรรถนะ แต่เป็นการนำเสนอผ่าน Living Mosaic สุดเก๋ ที่รวบรวมเรื่องราวจากผู้ใช้งานจริงกว่า 1,000,000 กิโลเมตรมาจัดแสดง ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ความทนทานที่ทรงพลังอย่างยิ่ง

และความน่าสนใจก็ไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ภายในบริเวณงานยังมีหุ่นบอลลูนน้อง MITSURU ยักษ์ที่สูงถึง 3.5 เมตร ยืนเด่นรอให้ทุกคนเข้าไปแชะภาพด้วย ตามมาด้วยหุ่นปั้นน้อง MITSURU ขนาด 2 เมตรที่กระจายตัวอยู่รอบงาน แต่กิมมิกที่แย่งซีนสุดๆ ต้องยกให้ "หุ่น MITSURU สีดำ" ที่เปิดกว้างให้ผู้ร่วมงานหยิบปากกาไปวาดลวดลาย แวะเขียนข้อความ หรือฝากลายเซ็นลงบนตัวน้องได้อย่างอิสระ ทำให้มาสคอตตัวนี้กลายเป็นงานอาร์ตเวิร์กที่มีชิ้นเดียวในโลกจากฝีมือทุกคน

และอีกหนึ่งสีสันที่ทำให้บรรยากาศของงานคึกคักและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม คือการเชื่อมประสบการณ์ความสนุกเข้าด้วยกัน ผ่านกิจกรรมน่ารักๆ ที่หลายคนซึ่งได้ไปร่วมงานมาคงจะได้สัมผัสกันไปแล้ว กับการเดินสาย “แชะ & แชร์” ถ่ายรูปมุมโปรดภายในงาน แล้วนำไปคอมเมนต์อวดกันใต้โพสต์กิจกรรม พร้อมติดแฮชแท็ก #EnjoyTheRide และ #จอยได้ทุกเส้นทาง เพื่อรับของรางวัลสุดชิคจากสตาฟกลับบ้านไปเป็นที่ระลึก เรียกว่าเป็นกิมมิกที่ดึงให้ทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วม และหอบเอาความประทับใจพร้อมความรู้สึก "จอยๆ" กลับบ้านไปแบบเต็มกระเป๋า

ท้ายที่สุดในช่วงค่ำ บรรยากาศของงานยังพีกขึ้นไปอีกขั้นเมื่อข้ามมาที่โซน EDEN ซึ่งงานนี้อัดแน่นไปด้วยผู้บริหาร เซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์ที่มาร่วมจอยกันอย่างคับคั่ง บนเวทียังมีการเรียกเสียงฮือฮาด้วยการเชิญเหล่าคนดังที่ใกล้ชิดกับแบรนด์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เป็นอย่างดีทั้งคุณ คิม-คิมเบอร์รี่ และคุณ ริว-วชิรวิชญ์ มาร่วมแลกเปลี่ยนความประทับใจ พร้อมปิดท้ายค่ำคืนนี้ด้วยมวลความสุขจากมินิคอนเสิร์ตของวง Tilly Birds ที่มาระเบิดเอเนอร์จี้ ร้อง เล่น เต้น สนุก จนทำเอาทุกคนในงานต้องร้องตาม ถือเป็นการคอมพลีตบรรยากาศ Enjoy The Ride ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


จุดสตาร์ทของความสนุกครั้งใหม่ ที่ชวนให้คุณออกไปจอยได้ทุกเส้นทาง

บรรยากาศ ภาพรอยยิ้ม และเสียงเพลงในงานวันนี้ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในวัย 65 ปี ไม่ได้มีแค่ความเก๋า แต่กำลังเปิดประตูสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา ทั้งหมดทั้งมวลล้วนทำให้งานนี้นอกจากจะเป็นการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ ก็ยังเป็นจุดสตาร์ทที่พกพาเอาเอเนอร์จี้มาแบบเต็มเปี่ยมเพื่อบอกกับทุกคนว่าไม่ว่าไลฟ์สไตล์ของคุณจะเป็นแบบไหน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ก็พร้อมที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางที่ทำให้คุณได้ยิ้มกว้างจน “Enjoy the Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” อย่างแท้จริง