ในวันที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นความท้าทายสำคัญของโลก การดำเนินธุรกิจไม่ได้วัดผลเพียงจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ หากแต่ต้องสามารถสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนา สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างยั่งยืน สำหรับ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำจึงไม่ใช่เพียงเป้าหมายในอนาคต แต่เป็นภารกิจที่เริ่มต้นจากการลงมือทำอย่างจริงจัง ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของบุคลากรและผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน
ความมุ่งมั่นดังกล่าวได้รับการยืนยันอีกครั้ง เมื่อ CKPower คว้า 2 รางวัลจากเวที Thailand-Japan Decarbonization Award 2569 (TJDA) ซึ่งเป็นเวทีที่ยกย่ององค์กรที่มีผลงานโดดเด่นด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม รางวัลทั้งสองไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของโครงการเฉพาะด้าน แต่ยังสะท้อนแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ยึดหลักความยั่งยืนเป็นแกนกลาง ภายใต้กลยุทธ์ C-K-P ได้แก่ Clean Electricity, Kind Neighbor และ Partnership for Life ซึ่งมุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว
หนึ่งในโครงการที่ได้รับรางวัล คือ โครงการบริหารจัดการของเสียและน้ำเสียในกระบวนการผลิตพลังงานของโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ซึ่งนำแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามาประยุกต์ใช้กับกระบวนการผลิตไฟฟ้า ผ่านการปรับปรุงระบบจัดการน้ำมันหล่อลื่นเพื่อลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพระบบหล่อเย็นด้วยการปรับค่าควบคุมทางเคมี ทำให้น้ำสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ซ้ำได้มากขึ้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ทั้งการลดการใช้น้ำได้มากกว่า 743 ล้านลิตร ลดการใช้น้ำมันหล่อลื่นกว่า 28,000 ลิตร ประหยัดต้นทุนรวมกว่า 22 ล้านบาท พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 95,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง
อีกหนึ่งโครงการที่ได้รับรางวัล คือ โครงการ Waste to Value “หิ่งห้อยเพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ซึ่งเปลี่ยนเศษอาหารและขยะอินทรีย์จากโรงไฟฟ้าให้กลายเป็นวัสดุปรับปรุงคุณภาพดิน สนับสนุนการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะให้กับชุมชนและเยาวชน โครงการสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาขยะได้กว่า 3,840 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ผลิตวัสดุปรับปรุงดินได้กว่า 2,665 กิโลกรัมต่อปี ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านปุ๋ยให้ชุมชนกว่า 72,900 บาทต่อปี
เบื้องหลังความสำเร็จของทั้งสองโครงการเกิดจากวัฒนธรรมนวัตกรรมที่หยั่งรากอยู่ในองค์กร โดย CKPower เชื่อว่าการสร้างนวัตกรรมไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของบุคลากรทุกระดับที่นำปัญหาจากการปฏิบัติงานจริงมาพัฒนาเป็นแนวทางแก้ไขที่สร้างคุณค่า ทั้งต่อองค์กร สิ่งแวดล้อม และสังคม บริษัทจึงกำหนดให้การจัดการนวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม การบริหารจัดการทรัพยากร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกโรงไฟฟ้า
การพัฒนาบุคลากรให้เป็น “นวัตกร” ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero โดย CKPower ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมคิดค้นและต่อยอดนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ผ่านหลักสูตรด้านความยั่งยืนและการสร้างนวัตกรรมที่ออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทธุรกิจ ในปี 2568 บริษัทมีนวัตกรรมสะสมแล้ว 25 รายการ มีนวัตกรสะสม 60 คน และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียกว่า 2,780 คน
ผลลัพธ์ของการนำนวัตกรรมไปใช้จริงสำหรับปี 2568 สะท้อนถึงคุณค่าที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งการลดการใช้พลังงานได้ 21,454 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้กว่า 8,730 ลิตรต่อปี ลดการใช้น้ำกว่า 107,751 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เกือบ 4,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และลดต้นทุนด้านพลังงานได้กว่า 16.5 ล้านบาทต่อปี สะท้อนว่านวัตกรรมไม่เพียงสร้างประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว
ความสำเร็จทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนรากฐานของการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานสะอาด ปัจจุบัน CKPower มีสัดส่วนกำลังการผลิตติดตั้งจากพลังงานหมุนเวียนถึงร้อยละ 93 ของกำลังการผลิตทั้งหมด และตั้งเป้าเพิ่มเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 พร้อมมุ่งสู่การใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนร้อยละ 100 ภายในปี 2586 ซึ่งในปี 2568 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของกลุ่มบริษัทสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 10 ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง หรือคิดเป็นร้อยละ 17 ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศไทย พร้อมช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 5.34 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ในระยะต่อไป CKPower ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน ทั้งโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Private PPA การพัฒนาโครงการพลังน้ำ และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การบริหารความเสี่ยง และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
รางวัล Thailand-Japan Decarbonization Award 2026 จึงไม่ใช่เพียงเครื่องหมายแห่งความสำเร็จของโครงการสองโครงการ หากแต่เป็นภาพสะท้อนของแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เชื่อมั่นว่า “นวัตกรรม” คือพลังสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลง เมื่อเทคโนโลยี การบริหารจัดการ และความร่วมมือของผู้คนถูกหลอมรวมเข้าด้วยกัน ย่อมสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสร้างคุณค่าร่วมให้กับชุมชน และการเติบโตของธุรกิจอย่างสมดุล
ซึ่งทั้งหมดนี้คือรากฐานสำคัญที่จะนำพา CKPower เดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 พร้อมก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาคในอนาคต