กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ผู้สูงอายุหลายคน เสียใจระบบแจ้ง "ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" แห่ยื่นขอทบทวนสิทธิ
วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังจากการประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (รอบใหม่) ประจำปี 2569 ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ พบว่าบรรยากาศที่ธนาคารกรุงไทย สาขาวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เต็มไปด้วยประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อย ที่ทยอยเดินทางมาตรวจสอบผลการพิจารณา พร้อมยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์ และสอบถามรายละเอียดการยื่นอุทธรณ์สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ
ทั้งนี้ พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้า ภายในธนาคารมีประชาชนเข้าคิวรอรับบริการอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ต้องคอยอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการยืนยันตัวตน รวมถึงการยื่นอุทธรณ์แก่ผู้ที่ผลการตรวจสอบไม่ผ่านเกณฑ์ โดยพบว่ามีประชาชนจำนวนมาก ที่เดินทางมาด้วยความหวังว่าจะได้รับสิทธิช่วยเหลือจากภาครัฐเหมือนเดิม แต่เมื่อทราบผลกลับต้องผิดหวัง หลายคนมีสีหน้าเคร่งเครียด บางรายถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความเสียใจ
...
ขณะที่ผู้สูงอายุหลายคนให้ข้อมูลว่า เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาโดยตลอด แต่การคัดเลือกรอบใหม่กลับไม่ผ่านคุณสมบัติ ทั้งที่ยังมีฐานะยากจน ไม่มีรายได้ประจำ และยังต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากภาครัฐในการดำรงชีวิต ทำให้เกิดความสงสัยถึงหลักเกณฑ์การพิจารณา พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบและเป็นธรรมกับประชาชนที่เดือดร้อนจริง
ระหว่างการพูดคุย ชาวบ้านหลายคนยังสะท้อนปัญหาอีกว่า ระบบการคัดกรองควรเข้าถึงคนจนตัวจริง และควรลดขั้นตอนการยืนยันตัวตน รวมถึงการยื่นอุทธรณ์ให้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี หลายคนต้องอาศัยลูกหลานหรือเจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการ จึงอยากให้ภาครัฐปรับปรุงระบบให้เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังวิพากษ์วิจารณ์ถึงเงื่อนไขการพิจารณาสิทธิในหลายกรณี เช่น การมีชื่อครอบครองรถยนต์ หรือข้อมูลด้านทรัพย์สินที่อาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้หลายคนมองว่าผู้ที่มีความเดือดร้อนจริงกลับไม่ได้รับสิทธิ ขณะที่บางคนซึ่งมีฐานะดีกว่ากลับผ่านการคัดเลือก
ทั้งนี้ บรรยากาศบริเวณธนาคารมีทั้งเสียงบ่น เสียงถอนหายใจ โดยมีวลีที่กลายเป็นประเด็นพูดถึงมากที่สุดในวันนี้ คือคำว่า "รวยไม่ไหวแล้วโว้ย" ซึ่งผู้สูงอายุหลายคนพูดด้วยความน้อยใจ หลังถูกระบบตัดสิทธิ ทั้งที่ยังใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เป็นเพียงการประชดประชันถึงผลการพิจารณาที่ทำให้ตนเองถูกมองว่าไม่เข้าเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อย
ทางด้าน นางเล็ก ไพรดำ อายุ 74 ปี หนึ่งในผู้ที่เดินทางมาตรวจสอบสิทธิ เผยทั้งน้ำตาว่า ผลการตรวจสอบระบุว่าตนเองไม่มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากมีชื่อเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทแห่งหนึ่ง ทั้งที่ตลอดชีวิตไม่เคยประกอบธุรกิจ ไม่เคยลงทุน และไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้ไม่แน่นอน อาศัยเงินช่วยเหลือจากภาครัฐในการดำรงชีพ เมื่อทราบสาเหตุที่ถูกตัดสิทธิจึงรู้สึกตกใจและไม่เข้าใจ เพราะไม่เคยเซ็นเอกสารหรือดำเนินการจัดตั้งบริษัทใดๆ มาก่อน
ทั้งนี้จึงตั้งใจจะยื่นอุทธรณ์ พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิสูจน์ว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนด พร้อมนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมายืนยัน หากพบว่าข้อมูลที่ใช้พิจารณาไม่ถูกต้อง ก็สามารถขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลได้
อย่างไรก็ตาม ประชาชนจำนวนมากต่างหวังว่าการพิจารณาอุทธรณ์จะเป็นไปอย่างโปร่งใส รอบคอบ และให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่มีฐานะยากจนจริง เพื่อให้การช่วยเหลือของภาครัฐเข้าถึงผู้ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง และลดปัญหาความคลาดเคลื่อนของข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนคนจนจริงๆ.