พฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานนาน การใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ต่อเนื่อง จนขาดการเคลื่อนไหว รวมถึงการใช้งานร่างกายซ้ำ ๆ อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ปัญหากระดูกและข้อเสื่อมเริ่มพบมากขึ้นในวัยทำงาน
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ปี 2562 มีประชากรทั่วโลกประมาณ 528 ล้านคนที่มีภาวะโรคข้อเสื่อม เพิ่มขึ้นถึง 113% เมื่อเทียบกับปี 2533 โดย “ข้อเข่า” เป็นตำแหน่งที่พบได้บ่อยที่สุด รองลงมาคือ “ข้อสะโพกและมือ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “โรคข้อเสื่อม” เป็นปัญหาสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้หลายคนจะมองว่า “ความเสื่อมของกระดูกและข้อ” เป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันภาวะเสื่อมเริ่มพบมากขึ้นในวัยทำงาน จากการใช้งานกระดูกสันหลังและข้อต่ออย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนเกิดแรงกดสะสม และอาจเริ่มแสดงอาการ เช่น ปวดเมื่อย ตึง ฝืด หรือขยับได้ไม่คล่อง ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะเสื่อมที่ไม่ควรมองข้าม
นายแพทย์ดิตถพงษ์ บุญอำพล แพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง และผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ ระบุว่า จากประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าแนวโน้มของปัญหาความเสื่อมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกระดูกสันหลังเท่านั้น แต่ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งอาจมีปัญหาข้อเข่า ข้อสะโพก หรือข้อต่ออื่น ๆ ร่วมด้วย
ข้อมูลทางการแพทย์ยังพบว่า ภาวะเสื่อมของกระดูกสันหลัง ข้อเข่า และข้อสะโพก สามารถพบร่วมกันได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงร่วม เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น น้ำหนักตัว การใช้งานร่างกายสะสม หรือเคยมีอาการบาดเจ็บบริเวณกระดูกและข้อมาก่อน ดังนั้น การดูแลผู้ป่วยจึงไม่ควรมองเฉพาะจุดที่ปวดเพียงตำแหน่งเดียว แต่ควรประเมินภาพรวมของกระดูกสันหลัง ข้อต่อ การเคลื่อนไหว และการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาให้เหมาะสม
เช็กสัญญาณเตือน “กระดูกและข้อเสื่อม” ก่อนวัย
1. ปวดซ้ำ ๆ ที่ตำแหน่งเดิม
ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดสะโพก หรือปวดข้อเดิมบ่อยขึ้น โดยเฉพาะหลังใช้งาน
2. ข้อติด ขยับไม่คล่อง
เริ่มขยับแล้วรู้สึกฝืด ติดขัด งอ เหยียด ก้ม เงย หรือหมุนข้อได้ไม่เต็มที่
3. ข้อบวม หรือรู้สึกตึงบริเวณข้อ
บางรายอาจมีข้อบวม ตึง หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณข้อ โดยเฉพาะหลังใช้งาน
4. ใช้ชีวิตประจำวันลำบากขึ้น
เช่น เดิน ขึ้นลงบันได ลุกนั่ง ใส่รองเท้า/ถุงเท้า หรือมีอาการปวดรบกวนการนอน
โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ เล็งเห็นถึงแนวโน้มของโรคกระดูกและข้อที่พบมากขึ้นในทุกช่วงวัย จึงขยายการดูแลจากด้านกระดูกสันหลัง สู่การดูแลโรคกระดูกและข้ออย่างครอบคลุม โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางดูแลตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การวางแผนการรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู เพื่อให้เหมาะกับสาเหตุ อาการ และสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย
พร้อมนำเทคโนโลยีทางการแพทย์มาใช้ในการตรวจวินิจฉัยและรักษา เช่น MRI Standing, CT Scan, X-ray การรักษาแบบไม่ผ่าตัด การผ่าตัดเทคนิคแผลเล็ก MIS สำหรับโรคกระดูกสันหลังและข้อ รวมถึงหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษา และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและการรักษาแล้ว โรงพยาบาลยังพัฒนาพื้นที่บริการให้รองรับผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังและข้ออย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความสะดวก ความปลอดภัย และการดูแลในทุกขั้นตอน พร้อมให้ความสำคัญกับการดูแลต่อเนื่อง ทั้งการให้คำแนะนำด้านสุขภาพ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต การลดปัจจัยเสี่ยง และการฟื้นฟูร่างกาย เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมในระยะยาว และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจมากขึ้น