แกะรอย "ทุนจีนสีเทา" ย้ายฐานปักหมุด "นครหลวงเวียงจันทน์"
ภารกิจเกาะติดขบวนการ "ทุนจีนสีเทา" และแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงระดับโลกของทีมข่าว SEE TRUE ไทยรัฐนิวส์โชว์ ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น หลังจากพบการแฝงตัวในเมืองท่าแขก ล่าสุดสายข่าวชี้เป้าหมุดหมายใหม่ที่กลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์แตกรังหนีการปราบปรามจากกัมพูชาและเมียนมา เข้ามาตั้งรกราก นั่นคือ "นครหลวงเวียงจันทน์" เมืองหลวงของ สปป.ลาว
เบาะแสสำคัญเริ่มจากช่วงต้นปี ชุดสืบสวน ตม.หนองคาย ตรวจพบการลักลอบติดตั้งเครื่อง "ซิมบ็อกซ์" (Simbox) จำนวน 3 เครื่อง รวมกว่า 96 ซิม บนฝ้าเพดานหอพักแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นระบบกระจายสัญญาณโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อหลอกลวงเหยื่อ โดยมีปลายทางเชื่อมโยงไปยังขบวนการสแกมเมอร์ในฝั่งลาว
เปิดพิกัด "หลัก กม.16" ศูนย์สแกมเมอร์ครบวงจร
ทีมข่าว SEE TRUE เดินทางข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 มุ่งหน้าสู่พิกัดต้องสงสัยบริเวณ หลักกิโลเมตรที่ 16 ใกล้สนามกีฬาแห่งชาติลาว ซึ่งเป็นสถานที่ที่จีนเคยสร้างให้ สปป.ลาว จากการลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารสูงราว 10 ชั้น สภาพภายนอกปิดม่านมิดชิด มีการติดตั้งเสาสัญญาณบนดาดฟ้า และมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา คอยจับตาบุคคลภายนอกทุกฝีก้าว โดยพบกลุ่มคนจีนพักอาศัยและทำงานอยู่ภายในเสมือนเป็นพื้นที่ส่วนตัว
สอดคล้องกับข้อมูลของ โจเซฟ อัครวงศ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวลาว และ อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ที่ระบุตรงกันว่า พื้นที่รอบสนามกีฬาและย่านการค้าสากลซังเจียงในเมืองศรีโครตตะบอง ได้กลายสภาพเป็นชุมชนจีน (Chinatown) ขนาดใหญ่ มีการใช้ภาษาจีน ฟอกเงิน และแต่งงานกับหญิงท้องถิ่นเพื่อทำนอมินี โดยอาคารเหล่านี้พัวพันกับกลุ่มทุนจีนสีเทาที่เข้ามาเช่าพื้นที่ประกอบธุรกิจทางไซเบอร์
...
ตลบหลังแก๊งค้าข้อมูล หลุด 10 ล้านชื่อ คัดเกรดส่งแก๊งคอลฯ
อาวุธสำคัญของแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้คือ "ข้อมูลคนไทย" ล่าสุด ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายค้าข้อมูลรายใหญ่ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว พบฐานข้อมูลรายชื่อคนไทยพร้อมขายในคอมพิวเตอร์มากถึง 9,600,000 รายชื่อ
พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช และทีมสอบสวนระบุว่า รายชื่อเหล่านี้เป็นข้อมูล "คัดเกรดคุณภาพชั้นดี" มีรายละเอียดลึกถึงขั้นอายุ ตำแหน่งหน้าที่การงาน เช่น หากเป็นครูจะระบุว่าสอนโรงเรียนไหน วิชาเอกอะไร เพื่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์นำไปสร้างเนื้อเรื่อง (Story) ให้สอดคล้องกับเหยื่อจนหลงเชื่อได้ง่าย โดยราคาซื้อขายอยู่ที่รายชื่อละ 3-10 บาทตามระดับกำลังทรัพย์ จากสถิติพบว่ารายชื่อที่หลุดไปตั้งแต่ปี 2565 มีคนไทยตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 1,050 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 354 ล้านบาท
ภัยคุกคามจากทุนจีนสีเทาที่ประชิดชายแดนไทยและการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล จึงเป็นคลื่นใต้น้ำที่กำลังกัดเซาะความมั่นคงของประชาชน ซึ่งหน่วยงานรัฐกำลังเร่งพัฒนาแอปพลิเคชันและเว็บเบสเพื่อให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบกลุ่มข้อมูลที่รั่วไหลเพื่อป้องกันตนเองล่วงหน้า
ข่าวที่เกี่ยวข้องซีรีส์ "สุสานคนไทย ใต้เงาทุนจีน