กรมทะเลและชายฝั่ง เผยผลชันสูตรซาก "ลูกพะยูน" พลัดหลง เกยตื้นหาดแหลมสน คาดเกิดภาวะช็อก จากการติดเชื้อในระบบไหลเวียนเลือด มีภาวะขาดน้ำรุนแรง ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลวเฉียบพลัน
จากกรณีข่าวเศร้า "ลูกพะยูน" พลัดหลงฝูงได้ตายลง หลังจากเกยตื้นที่บริเวณชายหาดแหลมสน จังหวัดระนอง และได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านในพื้นที่ และช่วยนำส่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ช่วยดูแลต่อ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 โดยทาง รมว.ทส. สั่งกำชับเร่งชันสูตรหาสาเหตุ พร้อมเร่งยกระดับการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (สิ้นใจแล้ว "ลูกพะยูน" พลัดหลงฝูง เกยตื้นหาดแหลมสน จ.ระนอง เร่งชันสูตรหาสาเหตุ)
ล่าสุด กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้รายงานผลการชันสูตรโดยระบุว่า จากผลสุขภาพ ความสมบูรณ์ร่างกายอยู่ในระดับปกติค่อนทางผอม (BCS = 2.5/5) ลักษณะภายนอกพบรอยช้ำข้างลำตัว คาดว่าเกิดจากการเกยตื้น อัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ย 80-100 ครั้งต่อนาที ขึ้นกับพฤติกรรมของพะยูน อัตราการหายใจช่วงเวลาพักเฉลี่ย 1-3 ครั้งใน 5 นาที อัตราการหายใจในช่วงว่ายน้ำ 4-5 ครั้ง ใน 5 นาที พบภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำ และภาวะขาดน้ำปานกลางถึงรุนแรง การทำงานของทางเดินอาหาร พบภาวะท้องอืด โดยมีแก๊สสะสมในทางเดินอาหารจำนวนมาก แต่ยังสามารถขับถ่ายได้ พบอุจจาระลักษณะเป็นหญ้าทะเลที่ย่อยแล้ว สัตวแพทย์ได้รีบทำการวินิจฉัยและรักษาเพื่อแก้ไขภาวะวิกฤติ โดยการให้ยารักษาตามอาการ ให้สารน้ำผ่านทางการป้อน ให้ยาบำรุงและให้นมทดแทนในลูกสัตว์
...
หลังจากนั้นลูกพะยูนได้เสียชีวิตลง และเจ้าหน้าที่ได้ผ่าชันสูตรซากเพื่อสาเหตุการเสียชีวิตโดยทันที พบว่ากล้ามเนื้อหัวใจซีดและพบลิ่มเลือดในห้องหัวใจ ส่วนระบบทางเดินหายใจ พบภาวะคั่งเลือดในปอดและภาวะถุงลมโป่งพอง ภายในช่องท้องพบไฟบรินคลุมส่วนของลำไส้ ซึ่งคาดว่ามาจากการอักเสบรุนแรงภายในช่องท้องเป็นระยะเวลานาน ส่วนทางเดินอาหารภายในกระเพาะอาหาร พบอาหารเป็นหญ้าทะเลที่ย่อยแล้วบางส่วนอัดแน่นอยู่ภายในกระเพาะอาหาร ร่วมกับภาวะลำไส้อักเสบ จากผลการชันสูตรซากคาดว่าสาเหตุการตาย เกิดจากภาวะช็อก จากการติดเชื้อในระบบไหลเวียนเลือด รวมถึงมีภาวะขาดน้ำรุนแรง ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลวเฉียบพลัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเลือดและเนื้อเยื่อจากอวัยวะต่าง ๆ ส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันสาเหตุการตายอย่างละเอียด และนำผลการศึกษามาใช้พัฒนาองค์ความรู้ และแนวทางการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของพะยูนและสัตว์ทะเลหายากชนิดอื่น ๆ ในอนาคต ตลอดจนเสริมประสิทธิภาพการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง