ปทุมธานี ชาวนาชาวสวนโอด โรงงานปล่อยน้ำสนิมคราบน้ำมัน ทำข้าวไม่โต ต้นไม้ตาย ด้าน นายก อบต.บ่อเงิน ทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องแล้ว ขณะที่ผู้บริหารโรงงาน รับปากจะดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จใน 30 วัน
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในเขตพื้นที่ ม.3 ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ซึ่งมีอาชีพเกษตรกรทำนา ทำสวน ทำไร่ และเลี้ยงปลา ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำสนิมเหล็กและคราบน้ำมัน จากโรงงานที่อยู่ในพื้นที่ติดกัน จนได้รับความเสียหาย อาทิ ต้นพืชกระท่อม ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจยืนต้นตาย โคนต้นและลำต้นผุกร่อน ต้นมะพร้าว มะม่วง ต้นมะนาว ก็แทบจะไม่ออกผล ต้นข้าวแคระแกรน ยังไม่ออกรวง ปลาก็น็อกน้ำตาย ทำให้ได้รับผลกระทบ เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก และที่เกิดข้อสงสัยคือ โรงงานดังกล่าวมีการขออนุญาตปลูกสร้างโรงงานได้อย่างไร ทั้งที่ในพื้นที่ตำบลบ่อเงินทั้งหมดเป็นพื้นที่สีเขียว พร้อมมอบคลิปวิดีโอให้ผู้สื่อข่าวไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 1/5 ม.3 ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้พบกับนายอธิชล เชื้อดี อายุ 57 ปี และนางสมหมาย ลัดดาแย้ม อายุ 66 ปี ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
โดยนายอธิชล ฯ กล่าวว่า ปัญหาก็คือ สืบเนื่องมาจากที่ผ่านมา ตนและชาวบ้านเข้าใจว่าน้ำได้มีการไหลซึมมาจากชั้นใต้ดินและบนผิวดินเมื่อเวลาฝนตก ทำให้เกิดน้ำเสียเนื่องจากดูแล้วเกิดจากน้ำที่เป็นคราบสนิมและคราบน้ำมัน หรือสีโลหะที่มาจากกำแพงโรงงาน ซึ่งเป็นโรงงานอุตสาหกรรมเหล็ก ที่ปลูกสร้างอยู่ติดกัน โดยรอบบริเวณนี้เป็นพื้นที่เกษตรทำนา ทำสวน ทำไร่ เลี้ยงปลา ก็ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่ของตนซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำกว่าเขา เพราะเราเลี้ยงปลา พืชผักสวนครัว ปลูกต้นไม้ยืนต้นก็คือพืชกระท่อม ซึ่งเป็นพืชทดแทนของชาวนาที่มีการเพาะปลูกข้าวแล้วไม่ได้ราคา ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรง โดยผลกระทบนั้นก็คือจากน้ำที่ไหลมาจากรอยตะเข็บกำแพงของโรงงาน แล้วได้ไหลลงมาในที่นาก่อนที่จะล้นมาลงในบ่อปลาของตน ทำให้ปลาขาดออกซิเจน แล้วปลาก็ตาย ส่วนต้นพืชเศรษฐกิจ ก็จะมายืนต้นตาย
...
นอกจากนี้ทางครอบครัวตนก็ได้เปิดร้านขายอาหาร ก็ได้รับผลกระทบ โดยลูกค้าที่มานั่งทานอาหาร ได้กลิ่นของความเน่าเหม็น ตนจึงขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากให้เข้ามาตรวจสอบ เพราะการที่มาสร้างโรงงานแล้วมีผลกระทบต่อชาวบ้าน ต้องมีการแก้ไข ส่วนน้ำนั้นจะมีสารพิษหรือไม่นั้น ตนและชาวบ้านไม่รู้ ก็อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมาตรวจสอบ เพราะตนและชาวบ้านทนในสภาพนี้มานานหลายปีแล้ว
แต่เรื่องมาโป๊ะแตกได้รู้ความจริงก็เมื่อไม่นานได้เกิดเหตุไฟไหม้ฟางในที่นาของนางสมหมาย ฯ ตนจึงได้ไปดึงหญ้าแห้งที่ปกคลุมหนาแน่นอยู่บริเวณข้างกำแพงโรงงานออก เพื่อไม่อยากให้เป็นเชื้อไฟ จนมาเห็นความเป็นจริงเมื่อเกิดฝนตกแล้วจู่ๆ ก็มีน้ำไหลพุ่งมาจากท่อของกำแพงแต่ละช่องจะมีรูที่ลักษณะเหมือนคนเจาะเอาไว้โดยเฉพาะ ช่องละ 3 รู โดยน้ำที่ไหลพุ่งออกมานั้นเป็นน้ำที่มีคราบสนิมและมีคราบน้ำมันเจือปนติดมา ทำให้รู้ความจริงเชื่อว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้นไม้ต่างๆ ของตนและนาข้าวของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ก่อนที่ตนจะไปนำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงได้มาร้องต่อสื่อมวลชนและทำเรื่องร้องไปยัง อบต.บ่อเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อหวังที่จะให้ทางโรงงานมาดำเนินการแก้ไขและรับผิดชอบในสิ่งที่ตนและชาวบ้านได้รับผลกระทบในครั้งนี้ และที่สำคัญ ตนทราบมาว่าในพื้นที่ของตำบลบ่อเงินทั้งหมดเป็นพื้นที่สีเขียว แต่กลับมีการขออนุญาตก่อสร้างโรงงานขึ้นมาได้อย่างไร
ทางด้าน นายสายชล พุกเงิน นายก อบต.บ่อเงิน กล่าวเปิดเผยว่า สาเหตุดังกล่าวนั้น ตอนนี้ก็ได้มีการทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นทางอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ และได้มีการนัดตรวจและจะลงในพื้นที่ในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ พร้อมกับแจ้งไปยังโรงงานที่ถูกร้อง โดยจะต้องมีการเข้าตรวจสอบร่วมกัน
ส่วนการที่มีการสร้างโรงงานนั้น ในพื้นที่ของตำบลบ่อเงิน ถ้ามีการที่จะสร้างโรงงาน ก็ต้องไปติดต่อที่อุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี ว่าเขาอนุญาตหรือไม่ แต่ในพื้นที่ของตำบลบ่อเงินนั้นเป็นพื้นที่สีเขียวทั้งหมด โดยทางอุตสาหกรรมจังหวัดจะต้องมีระเบียบว่าสามารถที่จะสร้างโรงงานได้หรือไม่ เพราะจะมีแลนด์มาร์ก และจะต้องรู้ว่ามีคนงานจำนวนกี่คน ทางอุตสาหกรรมจังหวัดจะเป็นผู้อนุญาต และก่อนจะมาขอการก่อสร้างที่ อบต.นั้น ก็จะต้องมีแผนผังเมืองมาแจ้ง อบต.เสียก่อน
สำหรับเรื่องของโรงงานแห่งนี้ ที่มีชาวบ้านได้มาร้องเรียนพร้อมกับนำคลิปวิดีโอเมื่อคืนวันที่ฝนตกแล้วมีน้ำไหลจากกำแพงโรงงานเข้ามาในพื้นที่ของชาวบ้านจนได้รับความเสียหาย เบื้องต้นก็ได้มีการแจ้งและสอบถามไปทางโรงงานแล้ว ซึ่งทางผู้บริหารโรงงานได้รับปากว่าจะดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
...