สุดเจ๋ง กลุ่มชมรมส่งเสริมอาชีพชาวท่าโขลง จ.ปทุมธานี ผลิตดอกไม้จันทน์และพวงหรีดไร้โลหะ เพิ่มรายได้สู่ครัวเรือน ยกระดับการพัฒนาชุมชน ช่วยให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์การเรียนรู้และสวนสาธารณะ เทศบาลเมืองท่าโขลง ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี นายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง พร้อมด้วย นางนงนุช เครือเอม ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม นางบุญยพร อินทร์นาค ประธานชมรมผู้สูงอายุชาวท่าโขลง และนายนิคม อินทร์นาค วิทยากรผู้สอน ร่วมติดตามกิจกรรมฝึกอาชีพการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์และพวงหรีดดอกไม้จันทน์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิกชมรมผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลง
นายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง กล่าวเปิดเผยว่า ปัจจุบันชมรมส่งเสริมอาชีพ ชาวท่าโขลง มีสมาชิกผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 30 คน โดยหมุนเวียนกันมาผลิตดอกไม้จันทน์และพวงหรีดดอกไม้จันทน์ตามกำลังและเวลาที่สะดวก โดยผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นมีการจำหน่ายทั้งในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และส่งจำหน่ายไปยังต่างจังหวัดที่มีออเดอร์สั่งเข้ามา กิจกรรมนี้เพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกฯ และเป็นการต่อยอดให้กับชุมชน โดยดอกไม้จันทน์ จำหน่ายในราคาเพียงดอกละ 1 บาท ซึ่งเป็นราคาย่อมเยาถูกกว่าตามท้องตลาดทั่วไป ส่วนพวงหรีดดอกไม้จันทน์พวงใหญ่ มีหลากหลายสีให้เลือก จำหน่ายในราคาพวงละ 500 บาท ราคาเดียว รวมทั้งบริการส่งฟรีในเขตพื้นที่และใกล้เคียง พร้อมทั้งยังมีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย สวยงามเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
...
นอกจากนี้ ทางกลุ่มชมรมฯ ยังได้พัฒนาพวงหรีดดอกไม้จันทน์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สามารถนำไปใช้ เพื่อแสดงความอาลัยในงานฌาปนกิจได้ โดยหลังเสร็จสิ้นพิธีสวดพระอภิธรรมแล้ว ในวันฌาปนกิจ (วันประชุมเพลิง) เจ้าภาพยังสามารถถอดดอกไม้จันทน์จากพวงหรีด เพื่อนำไปใช้ในพิธีวางดอกไม้จันทน์ได้อีก ถือเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและช่วยลดการสูญเปล่าจากพวงหรีดแบบเดิม โดยพวงหรีดดอกไม้จันทน์ บริเวณรอบพวงหรีดจะมีดอกไม้จันทน์พร้อมธูปเทียนเสียบติดอยู่ประมาณ 130–140 ดอก ที่สำคัญทั้งดอกไม้จันทน์และพวงหรีด ทางชมรมฯ ไม่ใช้โลหะหรือลวดเส้นเล็กมาทำการมัดฟางและดอกไม้จันทน์ เพราะจะได้ไม่เป็นอุปสรรคให้กับสัปเหร่อหรือทางวัดเวลาฌาปนกิจหรือเผาศพแล้ว จะได้ไม่ต้องมาเก็บโลหะหรือลวดในช่วงที่จะเก็บกระดูกให้ญาติผู้วายชนม์นำอัฐิบรรจุใส่โกศ หรือนำไปลอยอังคาร
ทางด้าน นางบุญยพร อินทร์นาค ประธานชมรมผู้สูงอายุ กล่าวว่า การรวมกลุ่มดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชน ผู้ว่างงาน ผู้ป่วยบางราย รวมถึงผู้พิการที่ไม่สามารถออกไปทำงานนอกบ้านได้ สามารถรับอุปกรณ์กลับไปผลิตที่บ้านและนำผลงานมาส่งให้กับชมรม เพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัว
ปัจจุบันมีผู้สนใจรับงานไปทำที่บ้านอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยสัปดาห์ละประมาณ 800–1,500 บาท ขึ้นอยู่กับความสามารถและปริมาณงานที่ผลิตได้ นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยส่งเสริมการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและประชาชนในชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาชุมชนที่มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองและสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน