นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ระบุการทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นปัญหาของกระบวนการจัดสอบ ไม่ใช่ความผิดของ อบต. เทศบาล หรือ อบจ. ซึ่งเป็นเพียงหน่วยงานปลายทางรับบรรจุ พร้อมเรียกร้องให้เร่งขยายผลถึงผู้บงการตัวจริง

จากข่าวฉาวสะเทือนวงการข้าราชการท้องถิ่น สร้างความตกตะลึงไปทั้งประเทศ เมื่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ร่วมกับ บก.ปปป.ทลายแก๊งทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น บุกค้นบริษัทย่าน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ขณะใช้คอมพิวเตอร์แก้ไขกระดาษคำตอบให้ผู้สมัครที่จ่ายเงินค่าโกง รวบผู้ร่วมขบวนการ 10 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เตรียมขยายผลเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เชื่อทำมานานเปิดบริษัทบังหน้า ประเมินมีเงินสะพัดมูลค่าสูงถึง 4,500 ล้านบาท ด้านนายกฯ “อนุทิน” สั่งเฉียบฟาดให้เต็มที่ มีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รับบัญชาเด้งฟ้าผ่านายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปประจำกระทรวงมหาดไทยชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี รศ.ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในฐานะผู้ดูแลตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 5,300 แห่งทั่วประเทศ ตนขอยืนยันว่ากระบวนการทุจริตที่เกิดขึ้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) แต่อย่างใด

สังคมไม่ควรเหมารวมว่าองค์กรเหล่านี้เป็นผู้ทุจริต เนื่องจากกระบวนการสอบแข่งขัน การขึ้นบัญชี และการบรรจุแต่งตั้ง ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นร่วมกับมหาวิทยาลัยที่ชนะการประมูล ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเพียงหน่วยงานปลายทางที่รับผู้สอบผ่านเข้าบรรจุทำงานเท่านั้น

สำหรับประเด็นที่มีผู้ยอมจ่ายเงินหลักแสนบาทเพื่อแลกกับตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือนเพียง 15,000 บาทนั้น รศ.ดร.วิระศักดิ์ มองว่าเกิดจากค่านิยมของคนไทยที่ต้องการให้บุตรหลานเข้ารับราชการ เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่มีความมั่นคง มีสวัสดิการของรัฐที่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลให้ตนเองและครอบครัวได้ รวมถึงมีบำเหน็จบำนาญหลังเกษียณอายุ ค่านิยมนี้จึงเป็นช่องโหว่ให้เกิดกระบวนการทุจริต รวมถึงมี “แก๊งตกเบ็ด” หรือกลุ่มมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสหลอกลวงประชาชนว่าสามารถฝากฝังบุตรหลานเข้ารับราชการได้ จนทำให้มีผู้สูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก

...




รศ.ดร.วิระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขบวนการทุจริตในครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นเครือข่ายใหญ่ที่มีการวางแผนมาเป็นอย่างดีและมีผู้ได้รับผลประโยชน์อย่างเป็นระบบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนเชิงลึกเพื่อหาต้นตอ โดยเฉพาะบุคคลที่ถูกพาดพิงอย่าง “นาย พ.” ว่ารับงานมาจากหน่วยงานใด ทั้งนี้ ตนมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความล้มเหลวของตัวบุคคล ไม่ใช่องค์กร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังคงทำหน้าที่ดูแลประชาชนตามปกติ

ในตอนท้าย รศ.ดร.วิระศักดิ์ ได้เสนอให้มีการกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลกลับคืนสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง เหมือนเมื่อกว่าสิบปีที่แล้วที่ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการสอบเอง แม้จะเคยมีข้อผิดพลาดบ้างแต่ก็เกิดขึ้นเพียง 2 จังหวัด ก่อนที่จะมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 8/2560 ดึงอำนาจการจัดสอบกลับไปรวมศูนย์ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการคัดเลือกมหาวิทยาลัยผู้จัดสอบ ที่เดิมทีเป็นมหาวิทยาลัยบูรพา แต่ต่อมาถูกยกเลิกและเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) จนเกิดปัญหาขึ้นในที่สุด พร้อมเน้นย้ำว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยผู้จัดสอบจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ทั้งหมด และหวังว่าการสอบคัดเลือกผู้บริหารระดับสูงโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม.