แอมเนสตี้ ประเทศไทย ยื่น 5 ข้อเรียกร้องสิทธิมนุษยชนต่อผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. “ชัชชาติ” แวะร่วมงาน ย้ำดันโรงเรียน กทม. 437 แห่งปลอดบูลลี่ ดูแลเด็กพิเศษ - กลุ่มเปราะบาง พร้อมชี้จัดระเบียบหาบเร่ต้องไม่ซ้ำเติมคนจน
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดกิจกรรม “วาทะผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน” ภายใต้แนวคิด “กรุงเทพฯ เมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” บริเวณลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เพื่อเปิดพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนและสื่อมวลชนร่วมติดตาม แลกเปลี่ยน และตั้งคำถามต่อทิศทางนโยบายของผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันวาระสิทธิมนุษยชนให้เป็นหนึ่งในประเด็นหลักของการเลือกตั้งท้องถิ่น และย้ำว่าการพัฒนาเมืองต้องตั้งอยู่บนหลักการไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ระหว่างกิจกรรม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ หมายเลข 9 ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ พร้อมด้วยนายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ (แสนดี) นางทวิดา กมลเวชช และทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” โดยได้พูดคุยทักทายประชาชนและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างเป็นกันเอง
...
ชัชชาติกล่าวถึงวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาและสิทธิมนุษยชนว่า เด็กทุกคนต้องมีสิทธิได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครจึงต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ปราศจากการกลั่นแกล้งหรือบูลลี่ และส่งเสริมให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข พร้อมเสนอให้มีระบบหรือแพลตฟอร์มสำหรับการแจ้งเหตุและรายงานการละเมิดสิทธิ ทั้งในกรณีระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง หรือระหว่างครูกับนักเรียน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ ยังเสนอให้พัฒนาบริการให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยา และยกระดับโรงเรียนในสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง ให้เป็นโรงเรียนที่เคารพความหลากหลาย มีอัตลักษณ์ของตนเอง และเป็นต้นทางของความเท่าเทียม โดยเน้นย้ำว่าการศึกษาคือสิทธิขั้นพื้นฐานและเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและความยากจนในระยะยาว
ในประเด็นเด็กพิเศษ ชัชชาติระบุว่า มีนโยบายขยายโรงเรียนและการดูแลเด็กพิเศษให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้เข้าถึงการศึกษาได้โดยไม่ถูกกีดกัน พร้อมลดภาระของครอบครัว และทำให้โรงเรียนของ กทม. เป็นโรงเรียนของทุกคนอย่างแท้จริง
สำหรับนโยบาย Bangkok for Rights, Bangkok for All ชัชชาติกล่าวว่า เมืองต้องถูกออกแบบให้ “น่าอยู่สำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่บางคน” นโยบายด้านผู้สูงอายุจึงต้องดูแลครบทั้งมิติสุขภาพ จิตใจ และการดำรงชีวิต ผ่านสวัสดิการ การฝึกอาชีพ การจัดหางาน และกิจกรรมทางสังคม รวมถึงการโอบกอดกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ เด็ก หรือผู้มีความหลากหลายทางเพศ
ระหว่างการลงพื้นที่ ตัวแทนผู้ค้าหาบเร่แผงลอยได้สะท้อนปัญหาว่า กฎระเบียบของกรุงเทพมหานครที่มีจำนวนมากส่งผลให้ช่องทางทำมาหากินของผู้ค้าลดลง ชัชชาติรับฟังข้อเสนอและย้ำว่า การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยต้องไม่ซ้ำเติมคนจน แต่ต้องช่วยให้ประชาชนสามารถลืมตาอ้าปากได้ ผ่านการจัดหาพื้นที่ผ่อนผันและการบริหารจัดการที่เป็นธรรม
ในโอกาสเดียวกัน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ยื่น 5 ข้อเรียกร้องวาระสิทธิมนุษยชน (Human Rights Agenda) ต่อผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นกรอบในการกำหนดนโยบายเมือง ได้แก่
1. คุ้มครองพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างปลอดภัย
...
2. อำนวยความสะดวกต่อการชุมนุมโดยสงบ
3. รับฟังเสียงประชาชนก่อนการตัดสินใจเชิงนโยบาย
4. ทำให้บริการของกรุงเทพมหานครเข้าถึงได้โดยไม่เลือกปฏิบัติ
5. พัฒนาเมืองและจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นธรรม
แอมเนสตี้ย้ำว่า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการแข่งขันด้านนโยบาย แต่คือโอกาสสำคัญในการกำหนดอนาคตของเมืองที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง