พาณิชย์ จับมือ 2 กมธ.สภาฯ ลงพื้นที่กวาดล้างนอมินีห้วยขวาง และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย พบร้านอาหารต้องสงสัย 112 ราย สั่ง ปปง. เช็กบิลกลุ่มเสี่ยง 53 ราย จ่อปูพรมตรวจอีก 49 เขตทั่วกรุง
ดีเดย์กวาดล้างนอมินีห้วยขวาง พบร้านอาหารต้องสงสัย 112 ราย
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.69 กรม พร้อมทีมปราบนอมินี ได้ลงพื้นที่ย่านห้วยขวาง กรุงเทพฯ ร่วมกับคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา และคณะกรรมาธิการความมั่นคงของรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร, สำนักงานเขตห้วยขวาง และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ติดตามปัญหาธุรกิจนอมินีและการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่ ซึ่งมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มาก
เปิดพฤติการณ์สวมสิทธิ์ นิติกรรมอำพรางทุนต่างชาติ
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบรูปแบบการหลีกเลี่ยงกฎหมายของผู้ประกอบการที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 อย่างชัดเจน โดยมักใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทน เพื่ออำพรางความเป็นเจ้าของที่แท้จริง
...
ประเภทธุรกิจที่พบการกระทำความผิดสูงสุด ได้แก่
ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม
ธุรกิจการค้าปลีก / ค้าส่ง
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
นอกจากนี้ ยังตรวจพบปัญหาการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และการปล่อยให้บุคคลต่างด้าวเข้ามาดำเนินกิจการแทนคนไทย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ การแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และความมั่นคงของประเทศ
“การลงพื้นที่ครั้งนี้ สำนักงานเขตห้วยขวาง ได้สนับสนุนข้อมูลร้านอาหารที่มีชาวต่างชาติให้กรม 112 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก สำหรับพื้นที่อื่นในกรุงเทพฯอีก 49 เขต กรมได้ขอข้อมูลไปที่สำนักงานเขตทุกเขตแล้ว ขณะนี้ กำลังรอข้อมูลจากแต่ละเขต เพื่อนำมาตรวจสอบต่อไป”
ส่ง ปปง. เช็กบิลเส้นทางเงินกลุ่มเสี่ยง 53 ราย
นายพูนพงษ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้าการลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้ กรมได้ตรวจสอบพบนิติบุคคลในพื้นที่ห้วยขวางแล้ว พบเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินี 53 ราย และได้ส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมทางการเงิน และนำส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึกในทุกมิติ เพื่อนำผู้ฝ่าฝืนกฎหมายมาลงโทษให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งนำส่งข้อมูลให้ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพากร และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่แล้ว”
สำหรับการแก้ไขปัญหาธุรกิจนอมินีจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ดังนั้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อขจัดความเดือดร้อนของผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ดำเนินธุรกิจด้วยความสุจริต เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม คุ้มครองผู้ประกอบการไทย และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนอมินี ถือเป็นการทำลายเศรษฐกิจและประเทศไทย ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมนอมินี แจ้งได้ที่เว็บไซต์กรม www.dbd.go.th หัวข้อ รับเรื่องร้องเรียนปัญหานอมินี เพื่อร่วมกันสร้างระบบการค้าที่โปร่งใสและเป็นธรรม
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม