สุรินทร์ – โฆษกกองทัพบก และแม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ปราสาทคนา พิสูจน์บันไดไม้ 1,181 ขั้น ยืนยันถูกทำลายส่วนบน และไทยยึดครองทั้งหมดตลอดแนว เฝ้าระวังจับตาความเคลื่อนไหวทหารกัมพูชาต่อเนื่อง พบจุดเก็บเสบียงกระป๋องอื้อ และฐานบัญชาการใต้หน้าผาปราสาทคนา ส่วนก้อนหินใหญ่ 3 ก้อนหน้าปราสาทคนาที่สวยงาม ถูกปืนใหญ่พัง เหลือ 2 ก้อนช่วงสู้รบ


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 มิถุนายน 2569 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พร้อมด้วย พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ ปราสาทคนา บริเวณสันปันน้ำบนเทือกเขาพนมดงรัก ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามผลการปฏิบัติการทางทหารในช่วงการสู้รบรอบที่ 2 ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้นำสื่อมวลชนลงไปยังซอกหินด้านล่างที่ติดกับหน้าผา เพื่อดูจุดจัดเก็บเสบียงอาหาร ของทหารกัมพูชาในช่วงการสู้รบ ซึ่งทหารไทยยังไม่เก็บกวาดทำลาย และยังคงสภาพเดิมไว้ เพื่อเป็นหลักฐานของการบุกรุกแผ่นดินไทย ที่พบว่ามีอาหารกระป๋อง รวมทั้งข้าวสวยอัดกระป๋อง ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดกินและถูกเปิดกินแล้วเป็นจำนวนมาก 

...





นอกจากนี้ ทหารกัมพูชา ยังได้มีการเขียนตัวอักษร เป็นภาษากัมพูชา บนก้อนหินขนาดใหญ่ที่บริเวณหน้าผา ระบุคำว่า “กัมปูเจีย ทะเมย” ที่แปลว่า กัมพูชาใหม่ และเป็นชื่อเพจเฟซบุ๊กของทหารกัมพูชา ที่มักชอบโพสต์คอนเทนต์ลงในเพจดังกล่าวด้วย รวมทั้งยังใช้เป็นพื้นที่ไลฟ์สด ซึ่งถูกเขียนไว้ช่วงที่ทางกัมพูชาคุมพื้นที่อยู่บริเวณดังกล่าว และยังพบโครงสร้างไม้ที่เป็นโรงครัวอาหาร เพื่อรองรับผู้บังคับบัญชา ที่กำลังสร้างยังไม่แล้วเสร็จ และถือว่าเป็นจุดบัญชาการสำคัญของทหารกัมพูชา ในพื้นที่ปราสาทคนาอีกด้วย





ขณะที่บริเวณหน้าปราสาทคนา พบว่ามีก้อนหินทรงกลม 3 ก้อนขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ตามธรรมชาติอย่างสวยงาม แต่กลับพบว่าก้อนหิน 1 ก้อนถูกกระสุนปืนใหญ่ยิงใส่ ทำให้ก้อนหินแตกเสียหาย และยังคงมีเศษซากให้เห็นในช่วงการสู้รบที่ผ่านมา เหลือก้อนหินเพียง 2 ก้อนเท่านั้น

...




จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 2 และโฆษกกองทัพบก พร้อมเจ้าหน้าที่และคณะสื่อมวลชน ได้ร่วมวางดอกไม้เพื่อไว้อาลัยแก่ ร.ต.เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย ที่บริเวณอนุสาวรีย์ ซึ่งเป็นทหารกล้าผู้พลีชีพ ที่เสียชีวิตในสมรภูมิการสู้รบบริเวณปราสาทคนา ในช่วงการสู้รบครั้งที่ 2 ที่ผ่านมา ขณะทำหน้าที่ระวังป้องกันให้กับชุดปฏิบัติการทหารช่างสนาม ที่ทำการเจาะเส้นทางเข้าสู่ที่หมาย เพื่อเปิดเส้นทางให้กับหน่วยดำเนินกลยุทธ์ แม้จะถูกระดมยิงด้วยจรวดหลายลำกล้อง BM-21 และอาวุธยิงสนับสนุนจำนวนมาก แต่ด้วยความมุ่งมั่น ร.ต.เทิดศักดิ์ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ จนทหารไทยสามารถเข้าตียึดควบคุมที่หมายปราสาทคนาได้สำเร็จ

...




จากนั้นคณะได้พาสื่อมวลชน ไปดูเสาธงชาติไทย จุดแรกที่ปักสถาปนาอธิปไตย ประกาศชัยชนะ ที่ชายแดนปราสาทคนา รวมทั้งร่องรอยของอารยธรรมโบราณ เสาศิวลึงค์และโยนี ที่ถูกแกะสลักจากหินที่อยู่ใกล้กัน ก่อนจะพาไปดูหลักฐาน บันไดไม้ 1,181 ขั้น ที่ถูกพูดถึงหลายครั้ง ซึ่งเป็นบันไดที่กัมพูชาใช้เป็นทางหลัก ในการเดินขึ้นมายังปราสาทคนา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ปัจจุบันกองทัพภาคที่ 2 เผาทำลายบันไดดังกล่าวในช่วงของการสู้รบรอบที่ 2 จากระยะทางทั้งหมดประมาณ 450 เมตร ทำลายไป 250 เมตร เหลือเพียง 200 เมตรเท่านั้น และปัจจุบันทหารมีการวางแนวรั้วลวดหนาม 2 ชั้น เพื่อยืนยันว่า ทหารไทยได้มีการยึดคืนพื้นที่ได้หมดตลอดแนว

...



ทั้งนี้ กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ได้มีการดำเนินการสำรวจตั้งแต่เดือน ก.ย.2544 และปัจจุบันกรมศิลป์ฯ ก็ได้เข้ามาเก็บหลักฐาน ประกอบด้วยรูปพญาครุฑ หลักศิลาสถาน จำนวน 28 ชิ้น เพื่อนำไปศึกษาเตรียมบูรณะปฏิสังขรณ์ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีหลักฐานว่า ปราสาทแห่งนี้มีลักษณะศิลปกรรมเดิมในลักษณะแบบใด และตัวปราสาทตั้งอยู่แบบไหน ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา โดยวัตถุโบราณทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์

ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้อยู่ในความควบคุมของ หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน กรมทหารบกที่ 26 กองทัพภาคที่ 2 ส่วนในวันพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.69) จะมีพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานที่บริเวณปราสาทคนาอีกด้วย




พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การเดินทางนำสื่อมวลชนมาในวันนี้ เพื่อมาเยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน ตามที่ผู้บัญชาการทหารบกให้นำสื่อมวลชนเข้ามาในพื้นที่ จะได้รับรู้ว่าในพื้นที่จริงมีสภาพอย่างไร แม้จะเป็นที่หมายที่ไม่ง่าย แต่หน่วยในพื้นที่ก็สามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะจุดที่เป็นบันได กองทัพภาคที่ 2 เองก็ยืนยันว่าพื้นที่นี้เราควบคุม กรณีประเด็นข่าวที่ยังมีความกังวลในเรื่องของบันไดต่างๆ ไม่เป็นความจริง พื้นที่ด้านบนเราควบคุมหมด รวมถึงตัวบันไดเอง ในช่วงบน ไปถึงส่วนกลาง ยกเว้นส่วนล่าง เราถือว่าเราได้ทำลายไปทั้งหมด จะได้มีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าพี่น้องทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถ และเฝ้าปกป้องอธิปไตย ไม่ให้มีการรุกล้ำเข้ามาได้

ส่วนกรณีปราสาทคนาเป็นพื้นที่เพ่งเล็งของกัมพูชาหรือไม่ โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ก็ต้องถือว่าเป็นที่สำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่สูง และกัมพูชาเคยรุกล้ำขึ้นมา พร้อมตั้งฐานทหารบริเวณนี้มาสักระยะหนึ่ง ซึ่งในทางทหารพื้นที่สูงถือว่ามีความได้เปรียบ แต่ปัจจุบันพื้นที่ลักษณะนี้ร้อยละ 90 อยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทยทั้งหมด ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนสบายใจ ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำว่า ต้องไม่ประมาทต่อสถานการณ์ ดังนั้นการทำงานทุกอย่างอย่างเข้มข้นเหมือนเดิม โดยย้ำความสำคัญกับภารกิจ 3 ด้าน คือ 1.เฝ้าตรวจ เฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมตลอดเวลา 2.การปรับปรุงที่มั่นต่างๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ให้เกิดความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาเส้นทางต่างๆ ที่ต้องใช้ลาดตระเวนและใช้เพื่อการส่งกำลัง 3.การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และสุดท้ายทุกภารกิจต้องตั้งอยู่บนความปลอดภัยสูงสุด

ส่วนนโยบายของรัฐบาลต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในขณะนี้ มีผลต่อการทำหน้าที่ของทหารอย่างไร โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ทหารยังทำงานเหมือนเดิม ซึ่งมีบทบาท 2 ส่วน คือ หน่วยปฏิบัติ และเรื่องของการทูต ซึ่งเป็นแนวทางที่เป็นสากล โดยหากเป็นช่วงเกิดสถานการณ์ก็จะใช้การปฏิบัติทางทหารเป็นหลัก ต่อมาเมื่อเข้าสู่โหมดการทูต ทหารก็ต้องอยู่ในกรอบกติกา ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม



ด้าน พล.ท.วีระยุทธ กล่าวว่า ปราสาทคนาเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และเป็นเป้าหมายแรกของปฏิบัติการยึดพื้นที่คืน พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันกองทัพสามารถควบคุมพื้นที่ตลอดแนวได้ทั้งหมด กองทัพติดตามสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิด ส่วนในสื่อเราอาจจะเห็นการรับรถยุทโธปกรณ์ต่างๆ ยังไม่ปรากฏข่าว การเคลื่อนเข้ามา แต่นัยยะสำคัญ เราก็เฝ้าติดตาม การรับยุทโธปกรณ์ทุกชนิดจะต้องฝึกและใช้เวลา ต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนจึงเคลื่อนย้ายได้ ต้องมีถนน มีน้ำมันหรือยัง แต่เราก็ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา
โดยทุกพื้นที่ตั้งแต่กองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 ไปจนถึงพื้นที่จันทบุรี-ตราด ถือเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง พร้อมประเมินสถานการณ์ด้านกำลังพล อาวุธ และการส่งกำลังบำรุงอย่างต่อเนื่อง

ทุกพื้นที่มีความสำคัญ เราต้องเตรียมพร้อมทั้งกำลังพล ทรัพยากร และการฝึก ใครพร้อมกว่า เคลื่อนที่ได้เร็วกว่า และมีศักยภาพมากกว่า ก็มีโอกาสปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า" พล.ท.วีระยุทธ กล่าว