ย้อนความปลื้มปีติ “น้องหมิว” บัณฑิตจิ๋ว เล่าความประทับใจ วันเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจาก “พระองค์ภา” ทรงรับสั่งให้เงยหน้ามองพระพักตร์ และยิ้มได้โดยไม่ต้องกังวล
วันที่ 13 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านพักของ นางสาววราภรณ์ หรือ “หมิว” สร้อยเสน ชาว ต.ทุ่งวัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ผู้พิการร่างเล็กที่เคยสร้างความประทับใจจากการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ประจำปีการศึกษา 2560–2562 เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2565 ปัจจุบันเธอปฏิบัติงานอยู่ที่ธนาคารออมสิน สาขาสตึก
นางสาววราภรณ์ เผยทั้งน้ำตาว่า ความทรงจำในวันเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรยังคงชัดเจนอยู่ในใจไม่เคยเลือนหาย เนื่องจากเธอเป็นนักศึกษาทุนของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเช่นเดียวกับบัณฑิตทั่วไป เพื่อถวายความเคารพและเก็บไว้เป็นเกียรติประวัติสูงสุดของชีวิต
...
เธอเล่าว่า แม้จะสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 และตามกำหนดเดิมจะต้องเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นลำดับต้น ๆ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านร่างกาย ทำให้คณะผู้จัดงานปรับให้เธอเข้ารับในลำดับท้ายสุด และอาจไม่มีการประกาศเกียรตินิยมตามขั้นตอนปกติ ซึ่งเธอก็ยินยอม เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการได้เข้าเฝ้าฯ และชื่นชมพระบารมีของพระองค์ท่าน
ระหว่างการซักซ้อม เจ้าหน้าที่ได้ประเมินให้เธอใช้รถเข็นวีลแชร์ แต่พบว่าพนักกั้นของรถเข็นอาจบดบังภาพขณะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร อาจารย์ผู้ดูแลจึงประสานไปยังคณะผู้ติดตามพระองค์ ก่อนมีพระเมตตารับสั่งว่า ให้เธอสามารถเดินเข้ามาเฝ้าฯ ได้ โดยพระองค์จะประทับรอ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเป็นห่วงว่าด้วยรูปร่างที่เล็ก อาจทำให้เอื้อมมือรับพระราชทานปริญญาบัตรได้ไม่สะดวก จึงเสนอจัดแท่นรองสำหรับยืนเพิ่มความสูง แต่เมื่อเธอแจ้งว่าไม่มั่นใจว่าจะก้าวขึ้นแท่นได้เพราะข้อจำกัดทางร่างกาย ผู้ติดตามจึงกราบบังคมทูลถึงสถานการณ์อีกครั้ง ก่อนที่พระองค์จะมีพระเมตตารับสั่งว่า ขอให้เป็นไปตามความสะดวกและความต้องการของเธอ เพียงเดินเข้ามาใกล้ให้มากที่สุดก็เพียงพอ
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงรับสั่งให้มีการประกาศข้อความที่ระบุว่า เธอสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 พร้อมทั้งทรงอนุญาตให้เธอเงยหน้ามองพระพักตร์และยิ้มได้โดยไม่ต้องกังวล สร้างความซาบซึ้งใจให้กับเธอตั้งแต่ช่วงซักซ้อม
เมื่อถึงวันพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจริง แม้จะมีบัณฑิตหลายพันคนเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร แต่เมื่อถึงคิวของเธอซึ่งเป็นบัณฑิตลำดับสุดท้าย เธอพยายามเดินเข้าไปยังหน้าแท่นประทับให้ใกล้ที่สุด ก่อนที่พระองค์จะทรงโน้มพระวรกายลงมาพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เอง พร้อมแย้มพระสรวลและพยักพระพักตร์ให้ เป็นภาพแห่งความประทับใจที่เธอไม่มีวันลืม
นางสาววราภรณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เธอยังคงเชื่อมั่นว่า “พระหัตถ์แห่งรัก” ของพระองค์ได้ยื่นมาถึงเธออย่างแท้จริง เพราะพระองค์ทรงมองเห็นความพยายามของคนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่แม้จะมีข้อจำกัดทางร่างกาย แต่ไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรค
ภายหลังสำเร็จการศึกษาและเข้าทำงานที่ธนาคารออมสิน เธอติดตามข่าวพระอาการประชวรของพระองค์มาโดยตลอด พร้อมสวดมนต์อธิษฐานขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และเมื่อมีกระแสข่าวในช่วงคืนที่ผ่านมา เธอก็ภาวนาไม่ให้เป็นความจริง
กระทั่งมีการประกาศข่าวอย่างเป็นทางการในช่วงเช้า ทำให้เธอรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง พร้อมกล่าวทั้งน้ำตาว่า อยากกราบบังคมทูลอีกครั้งว่ารักและเทิดทูนพระองค์ท่านสุดหัวใจ พระองค์จะทรงอยู่ในความทรงจำของเธอตลอดไป และขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยความอาลัยอย่างหาที่สุดมิได้