อว.-กสศ.-ทปอ. ปักธง TCAS70 “สร้างหลักประกันโอกาส” พัฒนาทุนมนุษย์ เชื่อมข้อมูลเด็กขาดแคลนทุนทรัพย์ สู่ทุนการศึกษา-สวัสดิการ ตัดวงจรเหลื่อมล้ำเข้ามหาวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ ชั้น 2 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา สำหรับนักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ระดับอุดมศึกษา ระหว่าง สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีทุนการศึกษามากเพียงพอในระดับหนึ่ง แต่เรายังขาด “ระบบการจัดการ” ทุนการศึกษาที่ช่วยให้องค์กร หรือ ผู้ที่ต้องการสนับสนุนทุนการศึกษา ได้เจอนักเรียน นักศึกษาที่มีศักยภาพและต้องการทุนการศึกษา จนวันนี้เรามีความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อว. และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ที่ช่วยให้เขาเชื่อมโยงข้อมูล เด็กที่ผ่านการพิสูจน์เศรษฐสถานะมาแล้วว่าอยู่ในครัวเรือนยากจน และยากจนพิเศษและได้รับทุนเสมอภาคตลอด 12 ปี

...

“นักเรียนกลุ่มนี้เวลาสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัย พวกเรากลับไม่รู้จักเขา จนน้องๆ เขาต้องหาเงินค่าสมัครสอบ ต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่ตั้งแต่ต้น และบางคนก็หลุดออกจากระบบไปในช่วงรอยต่อนั้น จนเกิดปรากฏการณ์ The Lost Einstein ขึ้นในประเทศไทยมายาวนาน แต่นี่คือปัญหาที่เราแก้ไขได้ด้วยการจัดการด้านข้อมูล และการบูรณาการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ และวันนี้เรากำลังแก้ไขอย่างเป็นระบบที่ยั่งยืน” ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าว 

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน  กล่าวว่า ปีนี้กระทรวง อว. ได้เตรียมพร้อมมาตรการ TCAS70  เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายสูงสุด 3,150 บาทต่อคน ไม่ว่าจะเป็นฟรีค่าสอบ TGAT/TPAT 1-5 และ A-Level (สูงสุด 7 วิชา) , ค่าสมัครรอบ 3 (Admission) สูงสุด 7 อันดับ ,ลดค่าสมัครรอบ Portfolio ลง 25% สำหรับนักเรียนในระบบ กสศ. ซึ่งจะช่วยเหลือนักเรียนได้มากกว่า 28,000 คน และเตรียมเปิดตัวระบบ TCAS Verified เพื่อยืนยันตัวตนเด็กขาดแคลนในระบบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทันทีภายในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้

“ขอให้มหาวิทยาลัยทุกสังกัดใช้ข้อมูล กสศ. จัดสรรทุนการศึกษาให้นักเรียนทุนเสมอภาคเพื่อให้นักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่ต้องพิสูจน์ฐานะซ้ำ รวมถึงให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งเปิดเผยข้อมูลการจัดสรรทุนการศึกษาให้นักเรียนทุนเสมอภาค โดยระบุจำนวนและสัดส่วนนักเรียนทุนเสมอภาคที่ได้รับการสนับสนุนจากทุกแหล่งทุนภายในสถาบัน   นอกจากนี้ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยนำร่อง 4 แห่งม.เกษตรศาสตร์ ม.พะเยา ม.ราชภัฏนครราชสีมา และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่จะทำงานร่วมกับ กสศ. ปี 2569 วิเคราะห์ข้อมูลและจัดสรรทุนการศึกษา เพื่อดำเนินการในปี 2570 ถือเป็นต้นแบบที่ขอให้มีการขยายผลไปยังมหาวิทยาลัยทุกแห่ง และกระทรวงจะผลักดันให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งดำเนินการตามต่อไป” ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน  กล่าว 

“ในทุกๆ ปี มีเด็กเก่งระดับช้างเผือกจำนวนมากต้องเปลี่ยนใจไม่เรียนต่อ เพียงเพราะ “ค่าใช้จ่ายช่วงรอยต่อ” และการขาดข้อมูลสวัสดิการที่ทั่วถึง กระทรวง อว. จะจับมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และ กสศ. เพื่อสื่อสารสิทธิ์สวัสดิการเชิงรุกตรงถึงตัวเด็ก ทุกโรงเรียน ทุกสังกัด ก่อนสมัครสอบ ป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ โดยมุ่งเป้าเพิ่มอัตราการเรียนต่อ อีก 1 เท่าตัวของเด็กกลุ่มที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของ กสศ. และเสียงสะท้อนจากเด็กๆในวันนี้ ผมจะนำข้อเสนอจากน้องๆ ไปทำนโยบายของกระทรวง อว. และ ของรัฐบาลที่ตรงโจทย์ของเยาวชนในวันนี้ได้มากที่สุด”รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าว 

...

ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร  ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวว่า จากข้อมูลเชิงสถิติของระบบ TCAS ตั้งแต่ปี 2565 – 2568 พบว่ามีนักเรียนทุนเสมอภาคสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทางเศรษฐกิจและยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยรวมแล้วถึง 85,363 คน โดยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อเจาะลึกข้อมูลรายภูมิภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่ที่มีนักเรียนทุนเสมอภาคยืนยันสิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยสูงที่สุดในประเทศ โดยสามารถจำแนกตามภูมิภาคได้ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 34,531 คน  ภาคกลาง 23,103 คน ภาคเหนือ 13,175 คน  ภาคใต้ 11,407 คน ภาคตะวันออก 2,513 คน ภาคตะวันตก 634 คน

สำหรับสถาบันอุดมศึกษาที่มีนักเรียนทุนเสมอภาคยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษามากที่สุด 10 อันดับแรก พบว่า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ครองอันดับ 1 ของประเทศติดต่อกัน โดยในปี 2568 มีจำนวน 3,040 คน (หรือคิดเป็น 21.64% ของนักศึกษาเข้าใหม่ทั้งหมด) และปี 2567 มีจำนวน 3,193 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 26% ของนักศึกษาใหม่ทั้งหมด ตามมาด้วย สถาบันพระบรมราชชนก ที่มีสัดส่วนของนักเรียนทุนเสมอภาคสูงถึง 60% ของนักศึกษาใหม่ทั้งหมด  1,467 คน และอันดับสามมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 1,181 คน  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 1,089 คน ในปี 2568

...

ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวว่า ถึงแม้ตัวเลขการเข้าเรียนดูจำนวนมากแต่ยังมีเด็กอีกไม่น้อยที่ยังเข้าไปไม่ถึงฝัน เพราะกำแพงค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว  ไม่ว่าจะเป็น “ค่าใช้จ่ายช่วงรอยต่อ” ของการเข้ามหาวิทยาลัย สูงถึง 12 เท่า เมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ยของครอบครัวยากจนพิเศษ โดยมีค่าใช้จ่ายสะสมช่วงเปลี่ยนผ่านอยู่ที่ประมาณ 13,200 – 29,000 บาท ไม่ว่าจะเป็นค่าสอบวิชาละ 100 - 140 บาท, ค่าสมัครรอบ Portfolio 300 - 500 บาท ต่อโครงการ ,ค่าแรกเข้าและค่าหอพัก 2,500 - 7,000 บาท ,  ค่าเทอมงวดแรก 10,000 - 20,000 บาท  ซึ่งต้องจ่ายทันทีเพื่อรักษาสิทธิ์โดยไม่สามารถผ่อนผันได้ 

“นอกจากนี้ เด็กกลุ่มนี้ยังต้องเผชิญปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งทุนการศึกษา ขาดการแนะแนวที่ตรงตามศักยภาพ ตลอดจน “ค่าใช้จ่ายในการย้ายถิ่นฐาน” โดยปี 2568 มีนักเรียนที่ต้องย้ายถิ่นฐานข้ามภูมิภาคจำนวน 4,139 คน และข้ามจังหวัดในภูมิภาคเดียวกันอีก 10,934 คน นำไปสู่ค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมากที่ทำให้นักเรียนจำนวนหนึ่งต้องหลุดออกจากระบบ” ดร.กฤษณพงศ์ กล่าว

...

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายทั้ง 6 หน่วยงาน ประกอบด้วยสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.)  จับมือกันจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี เพื่อเดินหน้าสร้าง “ระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา” และผลักดันให้เกิด “การศึกษาที่ไร้รอยต่อ” อย่างแท้จริง พร้อมขจัดอุปสรรคทุกรอยต่อด้วยนวัตกรรมและข้อมูล

“กสศ. จะเป็นต้นทางในการใช้ระบบคัดกรองและส่งต่อฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ส่วน ทปอ. จะรับไม้ต่อเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลนี้เข้ากับระบบคัดเลือกกลาง (TCAS) ทำให้เราเห็นตัวตนของเด็กและส่งต่อสิทธิ์ไปยังมหาวิทยาลัยได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ปล่อยให้ใครหลุดหายไปในระหว่างทาง พร้อมทั้งทำงานร่วมกับ สป.อว. ที่จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงนโยบายในการส่งต่อข้อมูล ควบคุมกำกับดูแล และขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเชิงนโยบาย เช่น การลดค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ และการระดมแหล่งทุนการศึกษา และที่สำคัญที่สุดคือ ทปอ.มทร., ทปอ.มรภ. และ สสอท. ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการในพื้นที่จริง จะร่วมเปิดสถาบันในเครือข่ายเป็นพื้นที่วิจัย พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือ และคอยประคับประคองนักศึกษาทุนทุกคน” ปลัด อว. กล่าว 

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย  กล่าวเพิ่มเติม นี่คือการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยง มหาวิทยาลัย ภาครัฐ เอกชน และแหล่งทุนอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน และผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในทันที คือในปีการศึกษา 2569 นี้ นักเรียนกลุ่มเป้าหมายของ กสศ. ที่เข้าสู่ระบบ TCAS70 ซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ 34,000 ถึง 41,000 คน จะได้รับการดูแลและสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย