ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานและการใช้ชีวิตของเราไปอย่างสิ้นเชิง AI ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องไกลตัวของเหล่านักพัฒนาเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่มันกำลังกลายเป็น "ทักษะพื้นฐาน" ที่ทุกคนจำเป็นต้องมี ไม่ต่างจากการใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน
และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับคนไทยในการก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มภาคภูมิ ล่าสุดจึงได้เกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญผ่านเวที “TH-AI Passport Forum” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า เพื่อร่วมกันบอกเล่าวิสัยทัศน์และรายละเอียดของโครงการ "TH-AI Passport" ที่จะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับการเรียนรู้ของคนไทย
รวมพลัง AI ระดับ Pro/Premium สเปกท็อปในราคาที่เข้าถึงได้
หนึ่งในความน่าสนใจระดับไฮไลต์ที่ถูกนำเสนอผ่านเวทีเสวนาครั้งนี้ คือการจัดเต็มเครื่องมือระดับโลกมาไว้ในมือคนไทย โดยผู้แทนจากคอนซอร์เตียมและผู้แทนจาก บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมกันเปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นการเปิดสิทธิ์ให้ประชาชนได้เข้าถึง AI ระดับ "Pro/Premium" มากถึง 30 โมเดล จาก 14 ค่ายชั้นนำทั่วโลกมารวมไว้บนแพลตฟอร์มเดียว
โดยโมเดลเหล่านี้คือเทคโนโลยีขั้นสุดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ Claude Opus 4.8, GPT 5.5, Gemini 3.1 Pro, Nano Banana Pro, Veo, Lyria 3, Sonar Reasoning Pro, Seedance, OpenAI o3, Claude Sonnet 4.6, GLM-5 ซึ่งโดยปกติแล้ว หากเราต้องการสมัครใช้งานแพ็กเกจระดับ Pro ในท้องตลาด จะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอยู่ที่ราว 259–399 บาทต่อเดือน แต่ภายใต้โครงการนี้ รัฐบาลสามารถจัดหามาตรการเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีระดับสูงนี้ได้ในราคาเฉลี่ยเพียง 27 บาท/คน/เดือน เท่านั้น ซึ่งนับเป็นการลงทุนที่สร้างความคุ้มค่าและเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงนวัตกรรมได้อย่างแท้จริง
ขับเคลื่อนใต้หลักการ “ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น”
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญจากเวทีเสวนาที่สะท้อนให้เห็นถึงการวางแผนมาอย่างรอบคอบของโครงการคือรูปแบบการคิดค่าใช้จ่ายตามแนวทาง “ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” โดยงบประมาณของโครงการจะผูกติดกับจำนวนผู้ใช้งานจริง โดยคำนวณการใช้งานเป็นรายเดือน เดือนไหนที่มีประชาชนล็อกอินเข้ามาเรียนรู้และใช้งาน รัฐจึงจะทำการจ่ายเงินตามสัดส่วนนั้น หากเดือนไหนหรือบุคคลใดไม่ได้เข้ามาใช้งาน ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแต่อย่างใด
โมเดลการคำนวณแบบรายเดือนนี้ จึงเปรียบเสมือนกลไกที่ช่วยการันตีว่าเม็ดเงินของประเทศทุกบาทจะถูกนำไปใช้อย่างตรงจุดและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะจริงๆ ไร้กังวลเรื่องการสูญเสียงบประมาณไปกับสิทธิ์ที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้งาน นับเป็นการยกระดับมาตรฐานการบริหารโครงการที่เน้นความคุ้มค่า และตอบโจทย์สถานการณ์จริงได้อย่างชาญฉลาด
“Learn to Earn” ยกระดับทักษะ สร้าง "ทุนมนุษย์" อย่างยั่งยืน
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ได้กล่าวถึงเป้าหมายสำคัญของโครงการบนเวที โดยระบุว่า “ความสำเร็จของโครงการไม่ใช่การแจกสิทธิ์ให้ครบ 5 ล้านคนแล้วจบ แต่คือการทำให้คนไทยทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึง เรียนรู้ และใช้ AI เป็น” ซึ่งตอกย้ำว่า TH-AI Passport ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อยกระดับทักษะและความฉลาดรู้ด้าน AI (AI Literacy) ของคนไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Learn to Earn ที่มุ่งหวังมากกว่าส่งมอบเครื่องมือ แต่ยังต้องการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ (LMS) ที่ผู้ใช้งานจะต้องเรียนรู้ ทำภารกิจ และสะสมเครดิต เพื่อนำไปปลดล็อกสิทธิการใช้งาน AI
โดยผู้ใช้งานจะได้พบกับหลักสูตรคุณภาพมากกว่า 130 หลักสูตร ที่พัฒนาขึ้นตามกรอบมาตรฐานระดับโลกอย่าง UNESCO AI Competency Framework และยังได้รับการสนับสนุนเนื้อหาชั้นยอดจาก Google, Microsoft, OpenAI รวมไปถึงกรอบการเรียนรู้ ASEAN AI Transition Innovation Framework : AITIF และ ETDA Digital Citizen เมื่อผู้เรียนผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ ก็จะได้รับประกาศนียบัตร (Certificate) เพื่อเป็นการรับรองทักษะ ซึ่งจะเป็นมูลค่าเพิ่มสำคัญในการทำงานในอนาคตทั้งต่อตัวผู้เรียนและระดับชาติ
พร้อมรองรับ 5 ล้านคน ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
แน่นอนว่าสำหรับโครงการที่มุ่งเป้าให้ประชาชนคนไทยได้เข้ามาใช้ประโยชน์ โครงสร้างพื้นฐานของระบบย่อมต้องแข็งแกร่ง ซึ่งทีมผู้พัฒนาระบบได้ยืนยันความพร้อมโดยออกแบบมาให้รองรับผู้ใช้งานได้สูงสุดถึง 5,000,000 คน จึงมั่นใจได้ถึงความลื่นไหลในทุกการใช้งาน
ระบบดังกล่าวทำงานควบคู่ไปกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านข้อมูล (Data Privacy) ที่โครงการให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยใช้ระบบ Local Hosting ในการจัดเก็บข้อมูลการลงทะเบียนทั้งหมดไว้ภายในประเทศไทย (Data Localization) ส่วนข้อมูลการใช้งานจะถูกเก็บในรูปแบบที่ไม่ระบุตัวตน (Anonymous) ทำให้ประชาชนสามารถเข้ามาเรียนรู้และใช้งานได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุด
จากเรื่องราวทั้งหมดของโครงการที่น่าจับตานี้บนเวทีเสวนา “TH-AI Passport Forum” กล่าวได้ว่าที่ไม่ใช่เพียงโครงการระยะสั้นเพื่อมอบสิทธิ์การใช้เทคโนโลยี แต่ยังเป็นการสร้าง “ทุนมนุษย์” ที่มีคุณภาพให้กับประเทศ เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และช่วยให้คนไทยพร้อมแข่งขันบนเวทีโลก โดยไม่ตกขบวนแห่งความเปลี่ยนแปลงในอนาคต