ใช้จ่ายวันแรก "ไทยช่วยไทยพลัส" ร้านค้าในตลาดสุดคึกคัก ลูกค้ามาซื้อสินค้าตุน ผู้ค้ายิ้ม แค่วันแรกยอดขายเพิ่มขึ้น 20-30% 

วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการใช้จ่ายผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" วันแรก ในหลายพื้นที่ว่า เป็นไปอย่างคึกคัก เช่นที่ตลาดสดพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีประชาชนทยอยออกมาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยใช้สิทธิผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ด้วยการสแกนชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน บางรายถึงกับต้องเติมเงินเข้าระบบเพิ่ม เนื่องจากใช้จ่ายจนวงเงินที่เตรียมไว้หมด สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่กลับมาคึกคักมากขึ้น แม้รูปแบบการสนับสนุนจากภาครัฐจะเป็นสัดส่วน 60 ต่อ 40 แต่ก็สามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาสินค้าหลายชนิดราคาสูง

ส่วนระบบการใช้งานได้รับคำชม ว่าสะดวกและรวดเร็ว สแกนจ่ายได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาขัดข้องเหมือนที่หลายคนกังวล และคาดว่าอยากให้มีมาตรการช่วยเหลือแบบนี้ต่อเนื่อง จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนและสร้างรายได้ให้กับผู้ค้าในตลาดสดได้เป็นอย่างดี

...


ขณะที่แม่ค้าบอกว่า มีคนมาใช้จ่ายผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถือว่าคึกคักมาก เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่พบปัญหาอะไรในการสแกนจ่าย 

ไม่ใช่แค่ การใช้จ่าย "ไทยช่วยไทยพลัส" ผ่านแอปฯ เป๋าตัง แต่ผู้ใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันนี้ก็ได้เพิ่มเงินสวัสดิการแห่งรัฐ อีกรายละ 700 บาท จากเดิม 300 บาท เป็น 1,000 บาท ทำให้มีชาวบ้านออกมาเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือนและชีวิตประจำวันกันตั้งแต่เช้า

ที่ อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ตามร้านค้า และร้านของชำ หน้าโรงพยาบาลห้วยราช อ.ห้วยราช ประชาชนและผู้สูงอายุทยอยเดินทางมาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าจำพวก อาหารสด อาหารแห้ง เพื่อนำไปประกอบอาหารและใช้ในครัวเรือนเป็นจำนวนมาก


อย่างชาวบ้านที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  ดีใจที่ได้เงินเพิ่มต่อเดือนอีก 700 บาท ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้มาก แต่บางคนที่ถือเงินสดเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ไม่มีเงินในบัญชีธนาคาร ที่จะต้องโอนเข้าแอปเป๋าตัง ทางร้านก็จะอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ซึ่งร้านค้าบอกว่า เป็นผลพลอยได้เนื่องจากในทุกครั้งที่มีโครงการช่วยเหลือประชาชนในลักษณะนี้ จะมีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นกว่าวันปกติ  

ส่วนที่ตลาดแม่กลอง และตลาดร่มหุบ จังหวัดสมุทรสงคราม บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยกลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัด ประชาชนบอกว่า โครงการสนับสนุนจากภาครัฐช่วยลดภาระค่าครองชีพ ทำให้ใช้จ่ายได้มากขึ้น ช่วยแบ่งเบาภาระ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพสูง 


ขณะที่ผู้ประกอบการร้านค้าในตลาดแม่กลอง ยอมรับว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคสูงขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า หลายร้านมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20-30 % ส่งผลให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นมากขึ้น คาดหวังว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน กระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก