ญาติและลูกไรเดอร์เหยื่อ ผอ.ป.ป.ช.ซิ่งมรณะเข้าพบตำรวจ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรมครอบครัวมาจากรากหญ้า คู่กรณีเป็นข้าราชการระดับสูง วอนดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ส่วนการเยียวยาขอให้ทำอย่างเต็มที่อย่าสร้างภาพ ขณะที่ “วัชระ” ค้านการเลื่อนตำแหน่งของ ผอ. ขอให้ทบทวนยกเลิกคำสั่งนี้พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัย อาญา และจริยธรรมให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ภายหลังนายจรงค์ เกราะเหมาะ อายุ 52 ปี ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าพบตำรวจที่ สภ.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี ก่อเหตุเมาขับรถกระบะ 4 ประตูพุ่งชนรถ จยย.ของนายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี ไรเดอร์จนแขนขาดร่างกระเด็นเสียชีวิตบนสะพานต่างระดับบางรักน้อย ถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาออก ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุไม่ยอมหยุดรถกลับพยายามขับหนี แต่ยางแตกไปไม่รอด หนำซ้ำมีเพื่อนนั่งรถแท็กซี่ตามมาพยายามสมอ้างเป็นคนขับแทน ตำรวจไม่สนคุมตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พุ่งสูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก่อนใช้ตำแหน่งประกันตัวไป พนักงานสอบสวนสอบปากคำแจ้งข้อหา 1.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ 3.ขับรถเฉี่ยวชนแล้วไม่จอดรถให้ความช่วยเหลือ หรือไม่แสดงตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ นายจรงค์ให้การภาคเสธในข้อหาแรก ยอมรับว่าขับรถในขณะเมาสุราจริง อีก 2 ข้อหาให้การปฏิเสธ พร้อมขอโทษครอบครัวผู้ตายยินดีเยียวยาค่าเสียหาย ปัดเรื่องเปลี่ยนตัวคนขับยืนยันขับเอง จากนั้นเดินทางไปที่วัดทุ่งครุ แขวง-เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ญาตินำศพนายศรนรินทร์ตั้งสวดบำเพ็ญกุศล หอบพานธูปเทียนไปขอขมาศพ เพื่อนผู้ตายกลั้นอารมณ์โกรธไม่ไหวกระโดดชกหน้าล้มหน้าหงาย

...

ความคืบหน้าเมื่อช่วงสายวันที่ 30 พ.ค. ที่ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี น.ส.วิยะดา นาคงสี และ นายอัศวะเทพ นาคงสี พี่สาวและพี่ชายพร้อมลูก 2 คนของนายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี ไรเดอร์ ผู้เสียชีวิต เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีและให้ปากคำเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ตำรวจสอบถามรายละเอียดของคดีในเบื้องต้นแล้ว คดียังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการแจ้งข้อกล่าวหากับคู่กรณี

น.ส.วิยะดา นาคงสี เปิดเผยว่า คู่กรณีเดินทางไปที่วัดเพื่อขอขมาศพพร้อมมอบเงิน 50,000 บาท เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายจัดงานศพ ส่วนเรื่องเงินเยียวยาหลังเสร็จสิ้นพิธีศพจะพูดคุยกันอีกครั้ง เบื้องต้นพูดคุยกันไว้ 500,000 บาท ตนมองว่าเงินจำนวนดังกล่าวยังไม่เพียงพออย่างแน่นอนและจะเรียกร้องเพิ่มเติม เนื่องจากน้องชายยังมีภาระต้องเลี้ยงดูลูกอีก 2 คน ต้องการให้คู่กรณีรับผิดชอบมากกว่านี้ ส่วนคู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่า รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตนมองว่าเป็นการสร้างภาพมากกว่า เพราะจากคลิปเหตุการณ์วันเกิดเหตุที่มีหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้ขับขี่ หรือการยืนยันว่าไม่ได้ดื่มสุรา และไม่ได้เป็นผู้ขับรถในวันเกิดเหตุทางครอบครัวยอมรับว่ารู้สึกกังวล เนื่องจากคู่กรณีเป็นข้าราชการระดับสูง ครอบครัวของตนเป็นเพียงรากหญ้าหาเช้ากินค่ำ อยากขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา

น.ส.วิยะดาเผยอีกว่า ส่วนเหตุการณ์ที่มีชายคนหนึ่งเข้าไปชกหน้าคู่กรณีภายในงานศพ  ยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ญาติ เป็นเพื่อนของน้องสาเหตุที่เข้าไปทำร้ายร่างกายเพราะรักเพื่อน เนื่องจากที่ผ่านมาน้องชายให้ความช่วยเหลือเพื่อนมาโดยตลอด อย่างไร ก็ตาม ครอบครัวตกลงกันไว้แล้วว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายคู่กรณี ทุกคนเข้าใจตรงกัน

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายธนัท บุญมาก อายุ 26 ปี และทนายอาสาเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.จุมพล สินศิริพงษ์ ผกก.สน.ทุ่งครุ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังเข้าไปต่อยหน้านายจรงค์ เกราะเหมาะที่วัดทุ่งครุ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 พ.ค. นายธนัทเผยว่า รู้จักกับผู้ตายมาประมาณ 1-2 ปีทำงานเป็นไรเดอร์ ผู้ตายเคยช่วยเหลือเงินค่าซ่อมรถ จยย. อยากขอโทษและยอมรับผิดที่ไปต่อยคู่กรณี ขณะที่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากผู้เสียหายยังไม่มาแจ้งความดำเนินคดี

ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกคำสั่งที่ 455/2569 ลงวันที่ 29 พ.ค.2569 ให้ย้ายนายจรงค์ เกราะเหมาะ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ เป็นผู้อำนวยการสำนักไต่สวนคดีพิเศษ ถือเป็นการเลื่อนตำแหน่งในลักษณะสูงขึ้น จากเดิมที่ได้เงินเพิ่มเดือนละ 18,000 บาท เป็นเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 40,000 บาท สะท้อนให้เห็นถึงการไม่มีระบบธรรมภิบาลในการบริหารงานบุคคล เล่นพรรคเล่นพวก ทำร้ายความรู้สึกของสังคมอย่างชัดเจน เพราะนายจรงค์ยังเป็นผู้ต้องหาของ สภ.บางศรีเมือง ในคดีเมาสุราขับรถชนไรเดอร์ตายแล้วขับรถหนีจนพลเมืองดีต้องขับรถตามไปไกลถึง 1 กิโลเมตร เป็นข่าวอื้อฉาวไปทั้งประเทศ สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์องค์กร ป.ป.ช.เป็นอย่างยิ่ง

นายวัชระกล่าวว่า ตามหลักปฏิบัติต้องโยกย้ายออกจากตำแหน่งหน้าที่แล้วตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อลงโทษทันที สำนักงาน ป.ป.ช.กลับมีคำสั่งเชิดชูปูนบำเหน็จเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น และมีภาษีประชาชนเป็นเงินเพิ่มแถมให้ถึงเดือนละ 40,000 บาท ที่ได้ของขวัญเช่นนี้เพราะเป็นคนในกลุ่มของ 2 ต. และ 2 อ. ขุมกำลังเครือข่ายของนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ใช่หรือไม่ และในคืนก่อนเกิดเหตุนายจรงค์ไปร่วมดื่มสุรากับคนกลุ่มนี้มาใช่หรือไม่ ขอคัดค้านการเลื่อนตำแหน่งของนายจรงค์ และขอให้เลขาธิการ ป.ป.ช.ทบทวนยกเลิกคำสั่งนี้ พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัย อาญา และจริยธรรม แล้วรีบลงโทษไล่ออกจากราชการด้วยมาตรฐานเดียวกับข้าราชการหน่วยงานอื่นที่ ป.ป.ช.เคยลงมติไล่ออกจากราชการมานับไม่ถ้วน องค์กร ป.ป.ช.ต้องตรงไปตรงมา อย่าใช้อภิสิทธิ์ปกป้องข้าราชการเมาแล้วขับรถชนคนตาย

...

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่วัดทุ่งครุ ญาติจัดพิธีสวดอภิธรรมศพนายศรนรินทร์ เป็นคืนที่ 2 ภรรยาและพี่สาวของนายจรงค์เป็นตัวแทนเดินทางเข้าเคารพศพพร้อมเปิดเผยว่า วันนี้นายจรงค์ตั้งใจที่จะมาร่วมงาน แต่ครอบครัวเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากเมื่อวานนี้เกิดเหตุทำร้ายร่างกายขึ้น อีกทั้งในวันนี้นายจรงค์ไปตรวจร่างกายแพทย์ระบุว่าใต้ตาช้ำ ปากเย็บ 8 เข็ม และแขนข้างขวาได้รับบาดเจ็บจากการล้ม ครอบครัวลงความเห็นส่งภรรยาและพี่สาวมาทำหน้าที่แทน ยืนยันในคำสัญญาเดิมที่ให้ไว้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตที่จะมาร่วมงานศพทุกวัน รวมทั้งจะเยียวยากับครอบครัวผู้สูญเสียเท่าที่กำลังของครอบครัวจะมีกำลังเยียวยาให้ได้


อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่