เหตุอุกอาจที่ปัตตานี 4 คนร้ายขี่ จยย. กระหน่ำยิงรถ "ดาบตำรวจ" เจ็บสาหัส ส่วนภรรยาที่อยู่เบาะหลังเสียชีวิต ขณะอุ้มลูกน้อยวัย 2 เดือน
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 25 พ.ค. 2569 พ.ต.อ.วรินทร์ วันธงชัย ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุยิงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณใกล้โรงเรียนประสานมูลนิธิวิทยา ม.5 ต.พงสตา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที พร้อมด้วย พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุอยู่ภายในซอยทางเข้าโรงเรียน พบมีนักเรียนและประชาชนจำนวนมาก มุงดูที่เกิดเหตุ และพบรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์สีขาว ทะเบียนปัตตานี ที่กระจกหน้าและด้านคนขับ มีร่องรอยกระสุนปืนหลายแห่ง
ตรวจสอบภายในรถ พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณเบาะด้านหลังข้างคนขับ ทราบชื่อ นางฟาตีเมาะ ยาโงะ อายุ 35 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าลำตัวหลายนัด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลยะรัง ทราบชื่อ ด.ต. อดุลย์ หยีสุหลง อายุ 38 ปี ผบ.หมู่ ป. สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ถูกยิงเข้าที่ขาอาการปลอดภัย
...
ในที่เกิดเหตุบนถนนพบ ปลอกกระสุนปืน อาก้า 7 ปลอก ลูกกระสุน 1 ลูก และกระสุนปืน 9 มม. 3 ปลอก และลูกกระสุนปืน 1 ลูก เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ ด.ต.อดุลย์ ได้ขับรถเก๋งมาพร้อมภรรยา และลูกอีก 2 คนที่นั่งมาด้วยเพื่อไปรับลูกชาย จำนวน 2 คนที่โรงเรียนดังกล่าว โดยที่ น.ส.ปาตีเมาะ ผู้ตายซึ่งเป็นภรรยาได้อุ้มลูกวัย 2 เดือนนั่งเบาะหลัง ส่วนลูกอีก 1 คนนั่งข้างคนขับที่เป็นพ่อ เมื่อขับเข้ามาในซอย ปรากฏว่าได้มีคนร้าย 4 คน แต่งกายหญิงมุสลิม สวมฮีญาบปิดบังใบหน้า มากับรถจักรยานยนต์ 2 คันดักรออยู่ข้างทาง
เมื่อคนร้ายเห็นรถ ด.ต.อดุลย์ จึงได้ใช้อาวุธปืนอาก้า และปืนพกสั้นกระหน่ำยิงใส่ทันทีหลายนัด ด.ต.อดุลย์ อึดใจขับรถหนีเข้าไปในโรงเรียน ห่างจากจุดถูกยิงประมาณ 300 เมตร ก่อนที่จะลงจากรถและได้เปิดประตูด้านหลัง ปรากฏพบภรรยาที่กำลังอุ้มลูกวัย 2 เดือน นอนแน่นิ่งถูกยิงที่หัวเสียชีวิต ส่วนลูกวัย 2 เดือนถูกสะเก็ดกระสุนปืนที่หน้าท้อง ขณะที่ ด.ต.อดุลย์ถูกยิงที่ขา ก่อนตะโกนเรียกคนให้เข้ามาช่วยเหลือ
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่ ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เร่งเก็บพยานหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กระจายกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุ รวมไปถึงเส้นทางเข้าออกพื้นที่ และเน้นย้ำให้จุดตรวจจุดสกัดตรวจค้นรถ และบุคคลต้องสงสัย และประสานหน่วยกำลังทหารเข้าร่วมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ และเป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีการข่าวแจ้งว่ากลุ่มก่อความไม่สงบ มีความพยายามที่จะลอบทำร้ายเป้าหมายของรัฐ เพื่อสร้างสถานการณ์
...