กรมป่าไม้ ส่งจดหมายเปิดผนึก แจงปม สส.ภูเก็ต แฉอดีตบิ๊กข้าราชการเอื้อออกโฉนด “หาดฟรีดอม-เกาะกระดาน” ยันไล่ออกแล้ว ไม่มีการจ่ายบำนาญ

จากกรณีที่ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 2 จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน ได้ยกประเด็นในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 แสดงความห่วงใยของภาคประชาชนต่อความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา กรณีอดีตข้าราชการ ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการตั้งแต่ปี 2558 จากพฤติการณ์ทุจริตวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศเป็นเท็จ เพื่อเอื้อประโยชน์ในการออกโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในพื้นที่หาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ต และพื้นที่เกาะกระดาน จังหวัดตรัง แต่คดีอาญากลับไม่มีความคืบหน้าตลอด 11 ปีที่ผ่านมา และยังมีข่าวว่าอดีตข้าราชการรายดังกล่าว ยังคงได้รับเงินบำนาญจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหลื่อมล้ำและการเอาเปรียบประเทศชาติ

ล่าสุด วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยชี้แจงกับ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี และได้ออกจดหมายเปิดผนึกชี้แจง แสดงจุดยืนต่อสาธารณชน โดยได้เน้นย้ำนโยบาย ไม่ปกป้องคนผิด ไม่ละเว้นคนทุจริต พร้อมแจงข้อเท็จจริงใน 2 ประเด็นหลัก ดังนี้

ประเด็นแรก การดำเนินการทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ ที่เกี่ยวข้องกับการร่วมกันดำเนินการออกโฉนดที่ดิน “บริเวณหาดฟรีดอม” โดยมิชอบด้วยกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องนั้น อธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งของเจ้าหน้าที่ ทั้ง 2 ราย ได้แก่ นาย อ. (ปกปิดชื่อ) และนาย ผ. (ปกปิดชื่อ) ตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้มีคำสั่งลงโทษไล่บุคคลทั้งสองรายออกจากราชการเรียบร้อยแล้ว และศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดทั้ง 2 คดี ว่าคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนคดีอาญา สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้ว

ประเด็นที่ 2 สำหรับกรณีที่ยังได้รับเงินบำนาญ จำนวน 67,560 บาท ต่อเดือนนั้น กรมป่าไม้ขอเรียนว่าไม่ได้จ่ายเงินบำนาญให้ เนื่องจากเป็นผู้ไม่มีสิทธิได้รับบำนาญ ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 มาตรา 8 (1) บัญญัติว่า “ข้าราชการซึ่งมิใช่ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ และข้าราชการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ซึ่งถูกไล่ออกจากราชการเพราะมีความผิด ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญปกติ”

ทั้งนี้ อธิบดีกรมป่าไม้ได้กล่าวทิ้งท้าย แสดงจุดยืนที่เด็ดขาดในการปราบปรามการทุจริต และพร้อมเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามผู้บุกรุกพื้นที่ป่าอันเป็นสมบัติของชาติ พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณ สส.ภูเก็ต ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาและนำเสนอประเด็นดังกล่าวเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ