ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว กรณีชาวบ้านหนองหญ้าแก้วเดือด รวมตัวทวงความเป็นธรรมให้ หนุ่ม ชรบ.ถูกกำลังพลทำร้ายอาการสาหัส เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อ้างว่าผู้ถูกจับมีท่าทางมีพิรุธ มีการขัดขืน ระหว่างปฏิบัติการสกัดการลักลอบข้ามแดน จนเกิดการชุลมุนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเหตุการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ภายหลังชายหนุ่มสมาชิกชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) รายหนึ่ง ทราบชื่อคือ นายสุรัช ชอบสระน้อย อายุ 37 ปี หรือ โอ๋ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ ชรบ. ในหมู่บ้าน ถูกเจ้าหน้าที่ทหารแนวชายแดน จุดบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ
ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของชาวบ้าน ญาติพี่น้อง และกลุ่มเพื่อนร่วมงาน ชรบ. ที่รวมตัวกันเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุออกมารับผิดชอบ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคม
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว พบว่าบรรยากาศในหมู่บ้านยังเต็มไปด้วยความกดดันและความหวาดระแวง ชาวบ้านจำนวนมากยังคงจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหลายคนยืนยันตรงกันว่า การรวมตัวของชาวบ้านที่ผ่านมา ไม่ได้มีเจตนาขับไล่ทหารออกจากพื้นที่ แต่ต้องการเรียกร้องให้มีการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่อยากเห็นการใช้กำลังรุนแรงเกินกว่าเหตุอีก นางจันทร์เพ็ญ อายุ 50 ปี และเป็นเจ้าหน้าที่ ชรบ. บ้านหนองหญ้าแก้ว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังเกิดเหตุคนในชุมชนรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก เพราะผู้บาดเจ็บมีอาการหนักจนเกือบเสียชีวิต โดยเฉพาะช่วงเช้าหลังเกิดเหตุที่ผู้บาดเจ็บเริ่มอาเจียนเป็นเลือดจำนวนมาก และมีอาการชักเกร็ง
“ถ้าวันนั้นไม่มีคนไปเจอน้อง เขาอาจเสียชีวิตอยู่ตรงนั้นเลย เพราะตอนที่ไปถึง เขาอ้วกเป็นเลือดเต็มพื้น พูดได้แค่ว่า “ผมจะตายแล้ว” ตอนนั้นตกใจมาก รีบเข้าไปช่วยกันทำ CPR แล้วประสานรถพยาบาลทันที” นางจันทร์เพ็ญกล่าว
นางจันทร์เพ็ญ เล่าว่า หลังจากได้รับแจ้งว่าผู้บาดเจ็บอาเจียนเป็นเลือด ตนรีบวิ่งไปดูทั้งชุดนอน เมื่อไปถึงพบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพอ่อนแรงอย่างหนัก มีเลือดกองอยู่ภายในห้องน้ำและตามพื้นจำนวนมาก ก่อนจะเริ่มมีอาการเกร็งจนต้องช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กู้ชีพเข้ามารับตัวส่งโรงพยาบาล นางจันทร์เพ็ญ ระบุว่า สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านไม่สบายใจคือ หลังเกิดเหตุ ไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยหรือชี้แจงกับครอบครัวผู้บาดเจ็บทันที ทั้งที่หากมีการยอมรับหรือเข้ามาหารือกับผู้ใหญ่บ้านและญาติ อาจช่วยลดความตึงเครียดในพื้นที่ได้
“เราไม่ได้เหมารวมว่าทหารทุกคนไม่ดี คนที่ทำผิดก็คือคนที่ทำผิด แต่เขาควรออกมายอมรับและรับผิดชอบ ไม่ใช่ปล่อยเงียบ เพราะคนในหมู่บ้านเขาคาใจ”
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ โดยยืนยันว่า หากผู้บาดเจ็บมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจริง ก็ควรจับกุมและส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่ใช่ใช้กำลังทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส “พวกเราไม่ได้ปกป้องคนผิด ถ้าน้องมียา หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็จับส่งตำรวจไปเลย ให้กฎหมายจัดการ แต่ไม่ควรทำร้ายกันจนเกือบตายแบบนี้” ชาวบ้านกล่าว
ชาวบ้านอีกหลายคนยังยืนยันว่า จุดเกิดเหตุไม่ได้อยู่ในพื้นที่ชายแดนลึก แต่เป็นบริเวณทางเข้าภายในหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านยิ่งรู้สึกหวาดกลัว เพราะเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้สัญจรและออกหากินกันเป็นประจำ
ด้านป้าทองมี อายุ 74 ปี ชาวบ้านบ้านหนองหญ้าแก้ว กล่าวว่า หลังเกิดเหตุชาวบ้านจำนวนมากเริ่มไม่กล้าออกจากบ้านในเวลากลางคืน โดยเฉพาะชาวบ้านที่มีอาชีพจับกบ จับปลา หรือหาของป่าตอนกลางคืน ต่างรู้สึกหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุซ้ำอีก
“ชาวบ้านกลัวกันหมด เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้ายแบบนี้อีก เวลาจะออกไปหากินกลางคืนก็ไม่มั่นใจแล้ว” ป้าทองมี กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลต่อความรู้สึกที่มีต่อเจ้าหน้าที่ทหารหรือไม่ ป้าทองมีตอบว่า ชาวบ้านยังแยกแยะได้ว่าไม่ใช่ทหารทุกนายจะเป็นเช่นนี้ เพราะที่ผ่านมา ทหารจำนวนมากยังคงช่วยเหลือดูแลชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนเป็นอย่างดี
“เราไม่ได้เกลียดทหารทั้งหมด ทหารที่ดีเขาก็มี แต่คนที่ทำผิดก็ควรออกมารับผิดชอบ” ป้าทองมี กล่าว ขณะที่อาการล่าสุดของผู้บาดเจ็บยังคงต้องรักษาตัวอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ โดยญาติระบุว่า แพทย์แจ้งว่ามีอาการภายในรุนแรง และยังต้องเฝ้าดูอาการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังอยู่ในภาวะเสี่ยง
ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส พร้อมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความหวาดกลัวของประชาชนในพื้นที่ชายแดนต่อไป.
ล่าสุดทางด้าน พ.อ.พงศกร เสืองาม ผบ.ชค.ทพ.12 (ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่12) ชี้แจงกรณีชายในพื้นที่ถูกทหารจับกุมจนได้รับบาดเจ็บ ว่า เหตุเกิดระหว่างปฏิบัติการสกัดการลักลอบข้ามแดน โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าผู้ถูกจับมีท่าทางมีพิรุธ มีการขัดขืน จนเกิดการชุลมุนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการใช้กำลังเกินกว่าเหตุหรือไม่
ผู้บาดเจ็บถูกส่งรักษาที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ อาการล่าสุดดีขึ้น พูดคุยได้แล้ว โดยทหารได้ส่งกำลังดูแลและเตรียมเยียวยาครอบครัวตั้งแต่วันแรก พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย หากพบกำลังพลผิดจริงจะดำเนินการทั้งทางวินัยและกฎหมาย ไม่มีการปกป้องลูกน้อง
นอกจากนี้ ยังมีการปรับย้ายกำลังพลที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่แล้ว และได้พูดคุยทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่รวมตัวเรียกร้องความเป็นธรรม เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน.
...