จับแล้ว หนุ่มฆาตกร ก่อเหตุฆ่า "คนเร่ร่อนเชียงใหม่" ดับ 2 ศพภายในคืนเดียว อ้างทะเลาะกันบันดาลโทสะ ผู้ตายไม่คืนโทรศัพท์ - ถูกเจ้าถิ่นขอเงิน เผยประวัติโชกโชน ก่อนหลบหนีมาเคยสังหารอีก 1 ศพที่เชียงราย

วันที่ 1 พ.ค. 2569 จากกรณีพบการเสียชีวิตผิดปกติของคนไร้บ้านในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดต่อกันจำนวน 3 ราย ภายในช่วงเวลาสองสัปดาห์ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นเหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง โดยฝีมือของผู้ก่อเหตุคนเดียวกันนั้น 

ล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่ สามารถติดตามจับกุมฆาตกรได้แล้ว ซึ่งเป็นผู้สังหาร นายบุญเรือง หมื่นศรี อายุ 51 ปี ชาว อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน คนไร้บ้านที่ถูกพบเป็นศพในกองเพลิงบริเวณใต้สะพานรัตนโกสินทร์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีบาดแผลถูกแทงที่ลำคอด้วยของมีคม ก่อนที่จะถูกเผาเพื่ออำพราง และเชื่อมโยงไปถึงคดีชายเร่ร่อนอีกหนึ่งราย ที่พบศพมีเลือดไหลออกจากปาก บริเวณใต้สะพาน ขัวสรีเวียงพิงค์ ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำปิง ฝั่ง ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งคาดว่าเสียชีวิตในวันเดียวกัน

...

โดยเมื่อเวลา 11.00 น. พลตำรวจโทกฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อม พลตำรวจตรียุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ พร้อมพันตำรวจเอกเสวก ชูศิริ ผู้กำกับ สภ.ช้างเผือก และพันตำรวจเอก ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.แม่ปิง ร่วมกับสอบปากคำ นายปะแนะ ปูลิ อายุ 31 ปี ชาว จ.เชียงราย ผู้ก่อเหตุฆาตกรรม นายบุญเรือง คนไร้บ้านที่ถูกพบเป็นศพในกองเพลิง และฆ่าชายเร่ร่อนอีกราย ที่ศพมีลักษณะเลือดออกทางปาก

โดยพลตำรวจโทกฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า สำหรับสองคดีนี้ถือเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจ หลังรับแจ้งคนเร่ร่อนเสียชีวิต 2 รายติดได้สั่งการให้ระดมกำลังตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้คือนายปะแนะ ปุลิ อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นคนเร่ร่อนเหมือนกัน 

จากการสอบสวนนายปะแนะ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าคนเร่ร่อนทั้ง 2 คนจริง โดยผู้ตายคนแรกคือนายบุญเรือง หมื่นศรี อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาให้การว่าได้เดินไปทวงโทรศัพท์จากผู้ตายคืน แต่ผู้ตายไม่ให้จึงได้ทะเลาะกันและมีการชกต่อยกัน ผู้ต้องหาเห็นมีดคัตเตอร์ของคนตาย จึงได้ใช้แทงเข้าไปที่บริเวณลำคอ หลังจากนั้นใช้ผ้าห่มคลุม ใช้ไฟแช็กจุดใส่ฟูกที่นอนเพื่อให้ไฟคลอกคนตาย รอจนไฟไหม้ประมาณ 20 นาที จึงเดินไปยังขัวสรีเวียงพิงค์ ต.ฟ้าฮ่าม เพื่อจะไปหาที่นอน 

แต่ไปพบกับนายโจ้ แสงเส้น อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ผู้ตายรายที่ 2) ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นนอนที่นั่น ซึ่งนายปะแนะ ผู้ต้องหา อ้างว่าผู้ตายได้มีกลิ่นเหม็น และพยายามมาขอเงิน จึงบันดาลโทสะ เตะก้านคอและกระทืบซ้ำประมาณ 10 นาที จนผู้ตายแน่นิ่ง จึงได้หลบหนีโบกรถชาวบ้านขึ้นยังดอยสุเทพ ก่อนจะลงช่วงเย็นไปนอนที่ป้ายรถเมล์ อ.ดอยสะเก็ด และโบกรถเข้ามาในเมืองต่อ กระทั่งมาถูกจับกุมได้ที่บริเวณประตูช้างเผือก

จากการสอบสวนนายปะแนะ  ยังให้การอีกว่า ก่อนที่จะมาก่อเหตุฆ่าคนเร่ร่อนใน จ.เชียงใหม่นั้น นายปะแนะได้ก่อเหตุใช้ก้อนหินทุบ และมีดแทงคนเร่ร่อนเสียชีวิตในพื้นที่ อำเภอเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69  หลังจากนั้นหลบหนีไปยัง จ.ลำปาง และเดินทางมาหางานทำที่ จ.เชียงใหม่ กระทั่งมาก่อเหตุฆ่าคนเร่ร่อนตายอีก 2 ศพ 

เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย พร้อมกันนี้จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นที่นายปะแนะเคยไปพักอาศัยว่า ได้มีการก่อเหตุลักษณะนี้หรือไม่

สำหรับนายปะแนะ ผู้ต้องหานั้นก่อนหน้านี้ เคยถูกจำคุกคดีเสพยาเสพติด และคดีลักทรัพย์มาก่อน เพิ่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568