ขอนแก่น ผู้ค้ารายย่อย ไม่เห็นด้วยกับ ก.พาณิชย์ ดึงอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ไลฟ์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาท เชื่อทำตลาดพัง อาจส่งผลกระทบต่อราคากลางและโครงสร้างตลาดในระยะยาว ชี้ยุคนี้ลูกค้าเน้นของถูก ฝากแก้ให้ตรงจุด ให้อยู่ได้ทั้งคนขายและคนซื้อ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามร้านจำหน่ายทุเรียนที่ตลาดรถไฟขอนแก่น หลังมีกระแสดราม่าที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพิมรี่พาย อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ไลฟ์สดขายทุเรียนในราคาลูกละ 100 บาท ซึ่งในไลฟ์พิมรี่พายบอกว่าเป็นทุเรียนเกรด A แต่ภายหลังมีกระแสดราม่าเกิดขึ้นทางกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาชี้แจงว่า เป็นการจัดโปรโมชันของผู้ประกอบการออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการบริโภคทุเรียนภายในประเทศ โดยเป็นทุเรียนเกรดรอง ไม่ใช่เกรดส่งออก คุณภาพดี แต่ทรงอาจไม่สวย ราคาต่อกิโลกรัมจะต่ำกว่าเกรดที่ส่งออก ซึ่งปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยปัจจุบัน 140–150 บาทต่อ กก. ถือเป็นราคาที่สอดคล้องกับกลไกตลาดและคุณภาพสินค้าในช่วงฤดูกาล

...




ซึ่งจากการสำรวจบรรยากาศการซื้อขายทุเรียนพบว่า ไม่คึกคักเท่าปีที่ผ่านมา โดยแต่ละร้านมีการจัดโปรโมชันในราคาแพ็กละ 100 บาท เพื่อเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าได้ซื้อไปรับประทาน เนื่องจากลูกค้าหลายคนมีความกังวลในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการซื้อของที่มีความประหยัดขึ้น ซึ่งแต่ละร้านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการจัดเป็นแพ็กละ 100 บาทนั้น ขายออกง่ายกว่าเป็นลูกหรือเป็นแพ็กใหญ่ และกระแสดราม่าราคาขายทุเรียนลูกละ 100 บาทนั้นเชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาขายทุเรียนในตลาดอย่างแน่นอน เพราะพฤติกรรมลูกค้าตอนนี้เน้นปริมาณความคุ้มค่าและราคาถูก เพื่อตอบสนองความต้องการ

นางสาวปุ๊ก พิมศร อายุ 33 ปี คนขาย กล่าวว่า ที่ร้านรับทุเรียนมาจากสวน ซึ่งในมุมของทางร้าน หากนำมาขายในราคาลูกละ 100 บาท ไม่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนเกรดไหน ราคาต่อกิโลกรัม เกิน 100 บาทอยู่แล้ว แม้แต่กิโลละ 100 มาขายเป็นลูกก็ยังขาดทุน

จากกรณีที่มีการขายทุเรียนลูกละ 100 นั้น จะส่งผลกระทบต่อราคาในตลาดอย่างแน่นอน จะทำให้คนอื่นขายไม่ได้ แล้วก็เกิดการขาดทุน เพราะรัฐบาลไปสนับสนุนคนที่ขายถูก คนอื่นๆ ก็จะไม่ได้ขาย ลูกค้าก็หันไปซื้อของถูก พอเราขายไม่ออก ก็เกิดความเสียหายและขาดทุน ราคาทุเรียนช่วงนี้ถือว่าไม่แพงมาก แต่ลูกค้าลดลง ไม่เท่าปีที่ผ่านมาอย่างมาก เพราะทุเรียนอาจจะเยอะ มีขายหลายที่ลูกค้าจึงกระจาย ในเรื่องราคาก็อยากให้ควบคุมไม่ให้ถูกมาก เพราะเรารับมาแพง ถ้าขายถูกก็ไม่คุ้ม และยิ่งลูกละ 100 ก็จะขาดทุนยับเยิน


นางสมหมาย ปาณะศรี อายุ 55 ปี เจ้าของร้านทุเรียนต้าวอ้วน กล่าวว่า เรื่องการจำหน่ายทุเรียนลูกละ 100 บาทนั้น จะส่งผลให้คนที่ขายราคาปกติก็จะไม่ได้ขาย ของดีเกรดดีก็จะไม่มีลูกค้าซื้อ เพราะไปรุมซื้อของถูกกันหมด และยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ทั้งน้ำมันแพง ค่าขนส่งก็แพง ก็ยิ่งส่งผลกระทบไปถึงร้านจำหน่ายทุเรียนอื่นๆ ที่บรรยากาศจะเงียบ และตั้งแต่ช่วงสงกรานต์มา ถึงตอนนี้ถือว่าเงียบมาก ทำให้เสี่ยงที่จะขาดทุน โดยที่ร้านลงทุนไป 200,000-300,000 บาท ช่วงนี้จึงทำได้แค่เพียงประคอง และพอมีการจำหน่ายทุเรียนลูกละ 100 บาท เกิดขึ้น เชื่อว่าจะกระทบร้านทุเรียนต่างๆ ยิ่งขายไม่ออกไปอีก

...




แม้จะบอกว่าเป็นทุเรียนเกรดรอง แต่ถ้าราคาถูกลูกค้าก็ต้องหันไปซื้อ เพราะในยุคสมัยนี้ ลูกค้าบางคนก็ไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพ แต่จะเน้นปริมาณ เอาราคาถูกไว้ก่อน

ส่วนบรรยากาศการซื้อขายทุเรียนในปีนี้ ถือว่าเงียบกว่าปีที่แล้วอย่างมาก ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจหลากหลายอย่างรวมถึงพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันที่แพง ส่วนตัวไม่อยากให้มีการขายทุเรียนในราคาที่ถูกเกินต้นทุน เพราะจะส่งผลกระทบถึงร้านจำหน่ายทุเรียนอื่นๆ ทำให้ไม่มีลูกค้าเพราะคนหันไปซื้อแต่ของถูก รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งค่าแผงค่าจ้างลูกน้อง

อยากฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อยากให้ดูแลเรื่องการค้า ให้ทั้งคนขายและผู้บริโภคอยู่ได้

...