แรงงานกัมพูชาทะลักชายแดนสระแก้ว รวบยกกลุ่ม 18 คน ซ่อนตัวเข้าไทยหวังเข้าทำงานในหลายพื้นที่ กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ และโคราช
วันที่ 26 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยเฉพาะกิจตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยกรมทหารพรานที่ 13 มอบหมายให้กองร้อยทหารพรานที่ 1301 จัดกำลังพลออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณแนวชายแดนด้านอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณช่องทางธรรมชาติชายแดนไทย–กัมพูชา พื้นที่บ้านโนนพัฒนา หมู่ 13 ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่มักถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจำนวนมากกำลังเดินเท้าอยู่บริเวณดังกล่าว ท่าทางมีพิรุธคล้ายกำลังหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์ ก่อนทำการตรวจสอบเอกสารประจำตัว พบว่าบุคคลทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา ลักลอบเดินทางเข้ามายังประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวนรวม 18 คน แบ่งเป็นชาย 9 คน และหญิง 9 คน
...
จากการสอบถามเบื้องต้นผ่านล่าม ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การสอดคล้องกันว่า ได้ว่าจ้างชายชาวกัมพูชา ซึ่งไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง เป็นผู้นำทางพาข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย โดยเสียค่าจ้างคนละ 8,000 บาท เพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจตามแนวชายแดน
กลุ่มแรงงานระบุว่า หลังจากข้ามเข้ามาฝั่งไทยแล้ว จะมีรถยนต์มารับไปส่งต่อยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นรถประเภทใด หรือใครเป็นผู้มารับ โดยมีเป้าหมายจะเดินทางไปหางานทำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดนครราชสีมา
เจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่า ขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวมักใช้วิธีพาคนเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติในช่วงเวลากลางคืนหรือช่วงที่มีทัศนวิสัยต่ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ แต่จากการเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถตรวจพบและจับกุมได้ก่อนที่เครือข่ายรถรับส่งจะเข้ามารับตัวแรงงานกลุ่มดังกล่าว
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ควบคุมตัวชาวกัมพูชาทั้ง 18 คน ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองน้ำใส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงเดินหน้าขยายผลเพื่อติดตามตัวนายหน้าผู้นำพา และเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการที่อยู่เบื้องหลังการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิดต่อไป.