เสริมความมั่นคงวิกฤตพลังงาน กลุ่ม ปตท. ยกระดับโรงกลั่น รองรับน้ำมันดิบได้จากหลายแหล่งผลิต เดินเครื่องเกินกว่า 100% เพื่อคุณภาพน้ำมันมาตรฐาน ยูโร 5 ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในช่วงวิกฤตพลังงาน การสำรองน้ำมันไว้ในประเทศให้เพียงพอกับการใช้งานเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจไทย แต่ด้วยภาวะสงครามที่เกิดขึ้น ทำให้แหล่งผลิตน้ำมันดิบบางแห่งไม่สามารถทำการขนส่งได้ ทำให้โรงกลั่นน้ำมันต้องเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการยกระดับโรงกลั่น ที่สามารถกลั่นน้ำมันที่มาจากแหล่งผลิตอื่น ซึ่งมีความแตกต่างจากแหล่งผลิตเดิมและไม่สร้างผลกระทบให้กับประชาชน

กลุ่ม ปตท. ยกระดับความสามารถการกลั่นของโรงกลั่น ด้วยงบลงทุนระหว่างปี 2564 - 2568 เพื่อเสริมความสามารถในการรองรับน้ำมันดิบที่หลากหลายในแต่ละภูมิภาค ทำให้โรงกลั่นสามารถเดินเครื่องได้เกินกว่า100% ในช่วงวิกฤตพลังงานที่ผ่านมา


เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดเพื่อแปรรูปน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความปลอดภัยเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศ  

ขณะเดียวกันก็มีการวางแผนซ่อมบำรุงอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสี่ยงในการหยุดชะงักของกระบวนการผลิต


เป้าหมายการลงทุนของโรงกลั่นน้ำมัน

 

การยกระดับความสามารถของโรงกลั่นนี้ เพื่อเสริมศักยภาพในการรองรับน้ำมันดิบที่หลากหลายรูปแบบจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งช่วยให้โรงกลั่นสามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังหรือเกินกว่า 100%

ซึ่งเป็นการลงทุนที่ใช้มูลค่าสูง มีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยยาวนานกว่า 10 ปี แต่กลุ่ม ปตท. ยังคงยืนหยัดที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพน้ำมันให้เป็นไปตามมาตรฐาน “ยูโร 5” เพื่อช่วยลดมลพิษ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในระยะยาว

กลุ่ม ปตท. มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก “มั่นคง โปร่งใส เพื่อประเทศไทย” โดยให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบได้ ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน