ไวยาวัจกรวัดสนามไชย วอนขอให้ "เจ้าอาวาสวัดสนามไชย" กลับวัด มาพูดคุยปมปัญหาในใจ หากไม่กลับก็พร้อมรับฟัง หาทางออกเหมาะสม ขณะที่ตำรวจยังคงเดินหน้าแกะรอยตามตัวต่อเนื่อง ขณะที่อดีตภรรยา ยอมรับคาใจ ไปทำไมจังหวัดตาก
ความคืบหน้ากรณี พระครูปลัดสมบัติ สิริสุวณโณ เจ้าอาวาสวัดสนามไชย ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หายตัวไปอย่างปริศนา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สามารถติดตามตัวคนขับรถยนต์เก๋งที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 2 ราย ทำให้เริ่มเห็นเส้นทางการเดินทางก่อนหายตัวชัดเจนมากขึ้น
จากการสอบสวนทราบว่า คนขับรถคันแรกได้ไปรับเจ้าอาวาสจากวัด ก่อนพาไปส่งบุตรชายที่จังหวัดขอนแก่น และระหว่างเดินทางกลับ เจ้าอาวาสได้ขอให้ไปส่งต่อที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่คนขับมีอาการอ่อนเพลีย ไม่สามารถขับต่อได้ จึงแวะพักในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และประสานรถอีกคันมารับต่อ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวคนขับรถคันที่สอง ซึ่งให้การว่า เจ้าอาวาสว่าจ้างให้ไปส่งที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก แต่ระหว่างทางเมื่อถึงพื้นที่อำเภอเมืองตาก ได้ขอให้จอดส่งที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ก่อนจะลงจากรถไปเพียงลำพัง ซึ่งถือเป็นจุดสุดท้ายที่มีผู้พบเห็น
ทั้งนี้ จากคำให้การของคนขับรถทั้งสองคัน ระบุว่า เจ้าอาวาสมีลักษณะเครียด และมีการพูดถึงภาระงาน โดยเฉพาะโครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน ที่ตั้งใจจะจัดให้สำเร็จ แม้จะมีความเหนื่อยล้าและความเห็นต่างในการทำงานอยู่บ้าง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่วัดสนามไชย นายพฤกษ์ สุขเกษม อายุ 64 ปี ไวยาวัจกรวัด พร้อมพระลูกวัดและคณะกรรมการ ยังคงเฝ้าติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยหลายคนเริ่มรู้สึกคลายกังวล หลังมีเบาะแสชัดเจนมากขึ้น
นายพฤกษ์ เปิดเผยว่า พอทราบข้อมูลว่าท่านเจ้าอาวาสมีความน้อยใจและเหนื่อยจากการบริหารจัดการภายในวัด
การทำงานร่วมกับเจ้าอาวาสที่ผ่านมา อาจมีความเห็นต่างและโต้เถียงกันบ้าง แต่ไม่เคยมีความรุนแรง ทุกอย่างสามารถพูดคุยกันได้ พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาได้ช่วยงานวัดอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะโครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อนที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 92 รูป ซึ่งต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าตามมา
อย่างไรก็ตาม หลังทราบว่าตำรวจสามารถติดตามตัวคนขับรถได้แล้วทั้งสองราย อยากฝากถึงเจ้าอาวาสให้ติดต่อกลับมายังวัด เนื่องจากทุกคนต่างเป็นห่วง และต้องเดินทางให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่หลายแห่งจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
...
“ไม่ว่าท่านจะอยู่ในสภาพใด ทุกคนพร้อมรับและพากลับวัด หากมีปัญหาอยากให้กลับมาพูดคุยกัน หรือหากไม่ประสงค์จะกลับวัด ก็พร้อมรับฟัง เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม และดำเนินการตามระเบียบต่อไป” นายพฤกษ์กล่าวทั้งน้ำตา
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งติดตามตัวเจ้าอาวาสอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าเส้นทางในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดตาก อาจเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายคดีครั้งนี้
ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ สภ.หนองเรือ จังหวัดขอนแก่น พ.ต.อ.อิทธิพัทธ์ ศรีมั่น ผกก.สภ.หนองเรือ ได้เชิญตัว นางสุกัญญา อายุ 58 ปี อดีตภรรยาเจ้าอาวาส เข้าให้ข้อมูลและชี้ตัวยืนยันบุคคลที่ขับรถมาส่งลูกชาย หลังชุดสืบสวนเร่งลงพื้นที่ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง
บางช่วงบางตอน พ.ต.อ.อิทธิพัทธ์ ย้ำว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบทุกมิติในพื้นที่อำเภอหนองเรือ ทั้งเส้นทางการเดินรถ กล้องวงจรปิด รวมถึงคดีอาชญากรรมในพื้นที่และใกล้เคียง ไม่พบว่ามีเหตุร้ายหรือคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเจ้าอาวาสในพื้นที่ ทำให้สามารถยืนยันได้ว่า ในช่วงที่อยู่ในพื้นที่หนองเรือ เจ้าอาวาสยังมีชีวิตอยู่ และทางญาติรวมถึงอดีตภรรยาไม่ได้ติดใจในประเด็นพื้นที่ดังกล่าว
ด้านนางสุกัญญา อดีตภรรยา เปิดเผยว่า แม้จะได้รับข้อมูลความคืบหน้า แต่ยังคงมีความสงสัยอย่างมากว่า เหตุใดเจ้าอาวาสจึงเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่น โดยเฉพาะจังหวัดตาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้แจ้งว่าจะรีบกลับไปบวชเณร และยืนยันว่าทั้งตนเองและเจ้าอาวาสไม่มีญาติหรือคนรู้จักในพื้นที่ภาคเหนือ
นางสุกัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเจ้าอาวาสยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แม้ข้อมูลจากคนขับรถคันแรก จะระบุว่ายังปลอดภัย แต่การที่มีรถคันที่ 2 เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงจุดหมายปลายทางที่แท้จริง พร้อมฝากถึงเจ้าอาวาส หากยังมีชีวิตอยู่ ขอให้รีบติดต่อกลับทางครอบครัวโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม อดีตภรรยายืนยันว่า ไม่ติดใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่หนองเรือ พร้อมชื่นชมการทำงานที่รวดเร็วและทุ่มเท โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเพียงคืนเดียวในการเร่งติดตามข้อมูลโดยไม่ได้พักผ่อน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามเส้นทางหลังการเปลี่ยนรถคันที่ 2 และหาจุดหมายปลายทางที่แท้จริงของเจ้าอาวาส เพื่อคลี่คลายปริศนาการหายตัวครั้งนี้ให้ได้โดยเร็ว ท่ามกลางความกังวลของครอบครัวที่ยังรอคำตอบอย่างใกล้ชิด