“เป้าหมายของเรานับจากนี้คือ การคืนช่วงเวลาที่มีค่าและมอบความอุ่นใจให้กับคนไทย”
ข้างต้นคือคำประกาศจาก LG แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับตำนานที่อยู่คู่ครอบครัวชาวไทยมากว่า 38 ปี ซึ่งสำหรับบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าสักแห่ง การเอ่ยคำมั่นสัญญาเช่นนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่แตกต่างและน่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยการพยายามบอกว่า "จะมาขายอะไร" แต่กลับเลือกที่จะบอกว่าพวกเขา "จะมอบอะไร" ให้กับผู้บริโภค
และสิ่งที่พวกเขาสัญญาว่าจะมอบให้นั้นเป็นสิ่งที่ล้ำค่าและตรงใจคนยุคใหม่มากที่สุด นั่นคืออิสระจากภาระจุกจิกภายในบ้าน เพื่อให้ทุกคนได้กลับมามี “เวลา” เป็นของตัวเองอย่างเต็มที่อีกครั้ง
เบื้องหลังคำสัญญาที่น่าสนใจนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร?
ไทยรัฐออนไลน์ชวนมาร่วมถอดรหัสก้าวต่อไปอันท้าทายของ LG ผ่านมุมมองและวิสัยทัศน์อันเฉียบคมของ คุณซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด แม่ทัพคนสำคัญผู้กำลังนำพานวัตกรรมและเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลก มาผสานเข้ากับความเข้าใจอินไซต์ของคนไทย เพื่อเปลี่ยนบ้านให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย และคืนสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดอย่างเวลากลับมาให้พวกเราด้วยแนวคิด “AI in Action”
ก้าวข้ามบทบาทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ สู่ “สถาปนิกผู้ออกแบบไลฟ์สไตล์”
“กว่า 38 ปีที่ LG คลุกคลีและทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ของครอบครัวชาวไทยมาอย่างลึกซึ้ง เราตระหนักดีว่าโลกธุรกิจทุกวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว การแข่งขันที่พึ่งพาเพียงการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ๆ ให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคอีกต่อไป”
คุณซองฮัน จอง เริ่มต้นกับเราด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายแต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะเผยมุมมองเพิ่มเติมว่าปี 2026 คือ หมุดหมายสำคัญยิ่งของบริษัท เพราะเป็นปีที่เทคโนโลยี AI ก้าวข้ามจากการเป็นแค่ระบบประมวลผล ไปสู่การรับรู้ ตัดสินใจ และลงมือทำแทนมนุษย์ได้จริงๆ จึงถึงเวลาแล้วที่ LG จะขยายบทบาทจากการเป็น “ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า” สู่การเป็น “บริษัทที่มอบโซลูชันเพื่อการใช้ชีวิต” (Smart Life Solution Company) ซึ่งนี่ถือเป็นการกำหนดนิยามของอุตสาหกรรมนี้ขึ้นมาใหม่เลยทีเดียว
แน่นอนว่าการพลิกโฉมจากแบรนด์ฮาร์ดแวร์ ไปสู่สถาปนิกผู้ออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของชีวิต ย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแค่ภายนอก แต่ต้องอาศัยกลยุทธ์การขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งจากภายใน ซึ่งคุณซองฮัน จอง ได้อธิบายถึงจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เรียกว่า “Dual Transformation” หรือการปฏิรูปสองแกนหลัก เพื่อพาองค์กรก้าวสู่การเป็น High Performance Portfolio ที่พร้อมรับมือกับการแข่งขันในอนาคต
“แกนแรกคือสิ่งที่เราเรียกว่า Winning Tech เราไม่ได้นำ AI มาเพื่อแค่เพิ่มลูกเล่น แต่เราสร้างระบบที่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้ด้วยตัวเอง” คุณซองฮัน จอง อธิบายเพิ่มเติมว่าความเหนือชั้นนี้เกิดจาก 3 นวัตกรรมหลักที่ร้อยเรียงกันอย่างสมบูรณ์แบบ เริ่มจาก AI Core Tech ฮาร์ดแวร์ทรงประสิทธิภาพระดับรากฐาน ผสานเข้ากับ AI Feature ซอฟต์แวร์ที่เข้ามาคิดแทนเรา เช่น เครื่องซักผ้าที่รู้วิธีซักผ้าแต่ละชนิด หรือแอร์ที่ปรับการทำงานตามพฤติกรรมผู้ใช้ และเชื่อมโยงทั้งหมดด้วย LG ThinQ Ecosystem แพลตฟอร์มศูนย์กลางที่ให้ผู้ใช้ สั่งการ ตรวจสอบ และดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นได้จากทุกที่ทั่วโลก ซึ่งทั้ง 3 องค์ประกอบนี้คือกลไกหลักที่จะทำให้ Zero Labor Home หรือ บ้านที่ไร้ภาระงานบ้าน เกิดขึ้นได้จริง
“ส่วนแกนที่สอง คือการยกระดับโครงสร้างธุรกิจเพื่อให้นวัตกรรมระดับพรีเมียมเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น เราตั้งเป้าขยายสัดส่วนรายได้จากธุรกิจกลุ่มที่มีการเติบโตสูงอย่าง B2B และ D2C ให้ถึง 35% เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน โดยช่องทางใหม่เหล่านี้จะเข้ามาเพื่อ Synergy หรือประสานพลังร่วมกันกับกลุ่มธุรกิจ B2C ที่เป็นพอร์ตโฟลิโอหลักดั้งเดิมของบริษัท”
การผสานนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่รู้ใจผู้บริโภค เข้ากับแผนธุรกิจที่ชัดเจน คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ LG สามารถขยายฐานตลาดและสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้าได้ ซึ่งเมื่อเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตเหล่านี้บรรลุผล ตัวเลขความสำเร็จและเป้าหมายรายได้ที่ 18,000 ล้านบาท ก็จะเป็นผลลัพธ์ที่ตามมาอย่างแน่นอน
นอกเหนือไปกว่านั้น สิ่งที่น่าสนใจที่สุดภายใต้ขุมพลังของเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ใช่ความสลับซับซ้อนของระบบ หากแต่เป็น “แนวคิด” เบื้องหลัง LG ไม่ได้มอบให้แค่ความอัจฉริยะของปัญญาประดิษฐ์ แต่เลือกที่จะใส่ “หัวใจ” เข้าไปด้วย จนกลายเป็นความฉลาดในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากตลาดอย่างสิ้นเชิง
“Affectionate Intelligence” ความฉลาดที่มาพร้อม “หัวใจ”
หากเราเอ่ยคำว่า AI ภาพแรกในหัวของใครหลายคนอาจเป็นระบบที่ฉลาดล้ำแต่หลายครั้งก็ซ่อนความซับซ้อนไว้ ทว่าสำหรับ LG พวกเขาเลือกที่จะนิยาม AI ของตัวเองด้วยคำที่อบอุ่นอย่างยิ่งนั่นคือ “Affectionate Intelligence” หรือ ความอัจฉริยะที่มีเสน่ห์
“อุตสาหกรรมเทคโนโลยีส่วนใหญ่มักนำเสนอสิ่งที่เรียกว่า Cool AI ซึ่งเป็นระบบที่แม้จะเก่งกาจแต่ก็ยังขาดบริบทของความเป็นมนุษย์” คุณซองฮัน จอง อธิบาย “แต่ที่ LG ปรัชญาของเราคือ Life’s Good เราจึงมองว่าคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ หากลูกค้าจะต้องมาลำบากเรียนรู้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน ดังนั้น Affectionate Intelligence ของเราจึงถูกออกแบบมาให้เป็น AI in Action มีความเห็นอกเห็นใจ มีความห่วงใย และมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งในวิถีชีวิตของมนุษย์”
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น คุณซองฮัน จอง ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า ในขณะที่ AI ทั่วไปรอให้เราป้อนคำสั่ง แต่เครื่องปรับอากาศของ LG ทำงานด้วยระบบ Perfect Comfort AI ซึ่งสามารถเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในห้อง พร้อมจดจำข้อมูลย้อนหลังว่าเราชอบความเย็นระดับไหน และปรับทิศทางลมให้เหมาะสมกับร่างกายของเราโดยอัตโนมัติ หรือแม้แต่ทีวีที่ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ที่สวยงาม แต่เกิดจากแนวคิด Optimized for Every Me ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานแต่ละคนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะไฮไลท์สำคัญอย่างฟังก์ชัน ‘AI Voice ID’ ที่สามารถจดจำเสียงของสมาชิกแต่ละคนในบ้าน เพื่อเลือกนำเสนอคอนเทนต์ที่ตรงใจที่สุดได้ทันที
อย่างไรก็ตาม บ้านที่สมบูรณ์แบบในมุมมองของผู้บริโภคระดับพรีเมียม ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่ความฉลาดเท่านั้น แต่ยังผสานการทำงานของ LG AI ภายใต้แนวคิด AI in Action ที่เข้ามาช่วยดูแลทุกตารางนิ้วของบ้านได้อย่างลงตัว พร้อมยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ยังตอบโจทย์ความสมบูรณ์แบบในมิติของ “สุนทรียภาพ” ควบคู่ไปด้วย
“FIT-MAX-AI” สุนทรียภาพแห่งการอยู่อาศัยที่เคารพพื้นที่ของคุณ
สำหรับผู้บริโภคระดับพรีเมียมในยุคปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบ้านคือสถานที่ที่สะท้อนรสนิยมและตัวตน นวัตกรรมที่ดีจึงไม่ควรเป็นเพียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ดูแปลกแยก แต่ต้องสามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสถาปัตยกรรมภายในบ้านได้อย่างลงตัว
“เราเข้าใจดีว่าสำหรับลูกค้ากลุ่มพรีเมียม เทคโนโลยีที่เข้าไปอยู่ในบ้านไม่ควรจะเข้าไปรบกวน แต่ต้องเข้าไปแบบเคารพพื้นที่และสามารถ Blend in ได้อย่างงดงาม”
นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิดการออกแบบ FIT-MAX-AI แนวคิดที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของชาวเอเชียโดยเฉพาะ ซึ่งคุณซองฮัน จอง นิยามว่า มันไม่ใช่นวัตกรรมการออกแบบทั่วไป แต่เป็นแนวคิดเชิงสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงความลงตัว (FIT) การเพิ่มขีดความสามารถ (MAX) และความชาญฉลาด (AI) ซึ่งทำให้บ้านดูสงบ งดงาม และสะท้อนความหรูหราได้อย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ LG ยังเตรียมขยายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เพื่อโอบรับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวเดี่ยวและคนรุ่นใหม่ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมมากขึ้นอีกด้วย
การได้ครอบครองนวัตกรรมที่ทั้งฉลาดล้ำและดีไซน์สวยงามระดับนี้ ย่อมเป็นภาพฝันของคนรักบ้านทุกคน แต่ LG ก็เข้าใจดีว่าการจะก้าวไปสู่จุดที่บ้านไร้ภาระงานบ้านอย่างแท้จริงไม่ควรถูกขัดขวางด้วยข้อจำกัดทางการเงินก้อนใหญ่ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำนวัตกรรมเชิงธุรกิจเข้ามาผสานเพื่อเปลี่ยนการเข้าถึงเทคโนโลยีพรีเมียมให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน
“LG Subscribe” การทลายกำแพงเพื่อโอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
อีกหนึ่งจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของภาพใหญ่ระดับประเทศ คือการที่ LG นำเสนอ LG Subscribe หรือโมเดลธุรกิจบอกรับสมาชิกที่ให้ลูกค้าสามารถสมัครสมาชิกเพื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมรับบริการดูแลผลิตภัณฑ์อย่างครบวงจรได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเข้ามาทลายกำแพงเรื่องข้อจำกัดในการเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยี อีกทั้งยังตอบโจทย์พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ได้อย่างตรงจุด
“ในช่วงเริ่มต้น เราก็ตั้งคำถามเหมือนกันว่าธุรกิจนี้ในไทยจะออกมารูปแบบใด แต่ภายหลังจากการเปิดตัว LG Subscribe ในช่วงต้นปี 2024 เราพบว่าคนไทยมีความสนใจระบบเช่าซื้อลักษณะนี้ค่อนข้างมาก ภายในปีแรกเรามียอดผู้ใช้งานถึง 20,000 ราย มันเป็นข้อพิสูจน์ว่าไลฟ์สไตล์คนไทยพร้อมแล้วสำหรับเรื่องนี้”
ระบบ Subscription ของ LG ไม่ใช่แค่เรื่องของการจ่ายค่าบริการรายเดือน แต่คือการยกระดับโครงสร้างธุรกิจภายใต้แนวคิด “Good Product, Good Price, Good Care” ลูกค้าสามารถเข้าถึงนวัตกรรมระดับพรีเมียมได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระเงินก้อนใหญ่ และที่สำคัญที่สุดคือหมดความกังวลเรื่องการดูแลรักษา เพราะ LG จะมีทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแล ล้างทำความสะอาด หรือซ่อมแซมให้ตลอดอายุสัญญา ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และมีอิสระมากขึ้นอย่างแท้จริง
และเมื่อความสะดวกสบายและอิสระในการใช้ชีวิตถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบจนหมดกังวลแล้ว วิสัยทัศน์ AI in Action ของ LG ก็ไม่ได้หยุดความตั้งใจไว้แค่เพียงหลังประตูบ้านเท่านั้น
Beyond the Home เมื่อความใส่ใจ ขยายสู่ความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจ
การเดินหน้าในปี 2026 ของ LG ยังได้ขยายขอบเขตไปสู่ภาคธุรกิจ (B2B) ภายใต้แนวคิด Beyond the Home เพื่อเป็นพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ในโลกธุรกิจที่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) และความยั่งยืน LG ได้นำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์อย่างเหนือชั้น เช่น ระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ LG Multi V i ที่ผสาน AI ขั้นสูงเข้าไปช่วยบริหารจัดการพลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน และประหยัดค่าดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ รวมไปถึงนวัตกรรมจอแสดงผลอัจฉริยะที่มาพร้อมระบบ Predictive Maintenance สามารถพยากรณ์และแจ้งเตือนความเสียหายล่วงหน้าก่อนที่ระบบจะหยุดทำงาน ซึ่งถือเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและลดความเสี่ยงให้กับองค์กรธุรกิจได้อย่างตรงจุด หรือแม้แต่การนำความแข็งแกร่งในฐานะเจ้าตลาดเครื่องซักผ้าอันดับ 1 ของไทย มาต่อยอดสู่ โซลูชันเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ โดย LG ได้ดึงเอาความเชี่ยวชาญกว่า 10 ปีในตลาดกึ่งพาณิชย์ มาพัฒนานวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่มีความถี่สูงและต่อเนื่องยาวนาน พร้อมอัดแน่นด้วยขีดความสามารถระดับมืออาชีพ ตั้งแต่การเปิดให้ปรับแต่งโปรแกรมซักได้ตามต้องการ การเชื่อมต่อระบบผ่าน Open API ไปจนถึงการออกแบบตัวเครื่องให้เปิดซ่อมบำรุงจากด้านหน้าได้อย่างง่ายดาย
นิยามใหม่ของคำว่า Life’s Good เมื่อของขวัญล้ำค่าคือ “เวลา”
ตลอดการสนทนา สิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนจากตัวตนของคุณซองฮัน จอง และแบรนด์ LG คือความมุ่งมั่นที่จะไม่หยุดนิ่งอยู่กับความสำเร็จในอดีต แต่พร้อมที่จะปรับตัวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกๆ มิติ
เมื่อเราถามถึงภาพจำที่เขาอยากให้คนไทยนึกถึงเมื่อได้ยินชื่อ LG ในอนาคต ผู้บริหารท่านนี้ได้ทิ้งท้ายกับเราด้วยประโยคที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังอย่างยิ่ง
“เราต้องการให้ LG ถูกจดจำในฐานะสถาปนิกผู้ออกแบบไลฟ์สไตล์ให้กับคนไทย เราจะไม่ใช่แค่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตั้งอยู่มุมบ้านอีกต่อไป แต่จะเป็นพาร์ทเนอร์ที่แม้จะมองไม่เห็น แต่คุณสามารถไว้ใจให้คอยดูแลบ้านได้อย่างสมบูรณ์”
“เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ลูกค้ามีเวลามากขึ้นสำหรับสิ่งที่สำคัญในชีวิตประจำวัน ด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดภาระงานบ้านอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การใช้ชีวิตสะดวกมากขึ้น มีเวลามากขึ้น และสบายใจมากขึ้น นี่คือแนวคิดของ Life’s Good ที่เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าของเราในทุกวันนี้”
ในท้ายที่สุด ภาพฝันของ Zero Labor Home หรือบ้านที่คุณมีอิสระในการทำสิ่งที่รักอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลใดๆ ก็อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ลองจินตนาการถึงการกลับมาถึงบ้านแล้วพบกับความเย็นสบายที่พอดีกับร่างกายคุณพอดิบพอดีจากเครื่องปรับอากาศ LG DUALCOOL™ AI Air ArtCool ระหว่างที่คุณนั่งพักผ่อนทิ้งตัวดูซีรีส์เรื่องโปรดผ่านทีวี LG OLED evo ที่สามารถจดจำเสียงของคุณได้แม่นยำด้วยฟีเจอร์ AI Voice ID และในขณะเดียวกัน เครื่องซักผ้าและอบผ้า LG WashTower™ ก็กำลังจัดการทำความสะอาดเสื้อผ้าตัวเก่งของคุณด้วยระบบ AI DD™ ที่วิเคราะห์เนื้อผ้าให้เสร็จสรรพ โดยที่คุณไม่ต้องลุกไปตั้งค่าใดๆ ทั้งสิ้น โดยทั้งหมดนี้ทำงานสอดประสานกันอย่างเงียบเชียบและรู้ใจ ผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ ที่คอยดูแลทุกอย่างแทนคุณ
นี่คือพลังของ AI in Action จาก LG ที่พร้อมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าท่ามกลางโลกที่หมุนไปข้างหน้าไม่หยุด เทคโนโลยีที่ดีที่สุด คือเทคโนโลยีที่เข้ามาทำงานแทน เพื่อคืนชีวิตและเวลาอันมีค่า ให้เราได้สัมผัสกับคำว่า Life’s Good ได้อย่างยั่งยืน