นครสวรรค์รถหนาแน่น คนเริ่มเดินทางกลับเข้า กทม. หลังหยุดยาววันสงกรานต์ ด้าน ตร.ทางหลวง เตรียมเปิดช่องทางพิเศษบน ถ.พหลโยธินหมายเลข 1 ฝั่งขาล่อง ระบายการจราจร กำชับ ปชช. สัญจรด้วยความระมัดระวัง
วันที่ 15 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร บริเวณถนนที่ จ.นครสวรรค์ หลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ โดยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา สภาพการจราจรบนถนนทางหลวง หมายเลข 117 สายนครสวรรค์–พิษณุโลก มีปริมาณรถหนาแน่นมากขึ้น แต่ยังคงสามารถเคลื่อนตัวได้ดี ไม่เกิดปัญหาการจราจรติดขัด รถยังสามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม พบการชะลอตัวเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 9 ถึง 37 ซึ่งอยู่ระหว่างการทำถนน ทำให้เหลือช่องจราจรเพียง 2 เลน วิ่งสวนทาง
ขณะที่ถนนพหลโยธิน หมายเลข 1 ในเขตตัวเมืองนครสวรรค์ โดยเฉพาะบริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณรถมากเช่นกัน แต่ยังไม่ถึงขั้นติดขัด พบเพียงการสะสมของรถบริเวณจุดตัด ทางแยก และสัญญาณไฟจราจรเล็กน้อย
...
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้ปรับใช้ระบบควบคุมสัญญาณไฟด้วยมือ แทนแบบอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้ติดขัดสะสม และเร่งระบายรถให้สามารถมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานครได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยมีรายงานว่า ปริมาณรถจากพื้นที่ภาคเหนือ ยังคงทยอยเดินทางผ่าน จ.นครสวรรค์ อย่างต่อเนื่อง คาดว่าการจราจรจะเพิ่มขึ้นอีกในช่วงค่ำ
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงนครสวรรค์ รายงานว่า ประชาชนบางส่วนได้หลีกเลี่ยงเส้นทางในตัวเมืองนครสวรรค์ โดยหันไปใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 11 สายเขาทราย–อินทร์บุรี ในพื้นที่ อ.หนองบัว ส่งผลให้ปริมาณรถบนเส้นทางดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
ด้าน พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวงนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ถนนทางหลวงหมายเลข 117 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 9 ถึง 37 ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการซ่อมแซม ส่งผลให้ต้องลดช่องจราจรเหลือเพียง 2 เลน และเป็นการวิ่งสวนทางกัน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และทำให้การจราจรชะลอตัว
จึงแนะนำให้ประชาชน ใช้ความระมัดระวังเส้นทางดังกล่าว หรือสามารถใช้เส้นทางเลี่ยงจากแยกโพธิ์ไทรงาม เข้าหนองตางู ผ่านแยกเจริญผล มุ่งสู่วงเวียนเก้าเลี้ยว ก่อนออกสู่ถนนสายเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ เพื่อความสะดวกและปลอดภัย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้เตรียมความพร้อมเปิดช่องทางพิเศษ บนถนนพหลโยธินหมายเลข 1 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 332 ถึง 321 ฝั่งขาล่อง ระยะทางประมาณ 8-11 กิโลเมตร เพื่อช่วยระบายการจราจรให้คล่องตัวยิ่งขึ้น โดยจะพิจารณาเปิดใช้งานตามความเหมาะสมของปริมาณรถในแต่ละช่วงเวลา
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เคารพกฎจราจร และเผื่อเวลาในการเดินทาง เพื่อความปลอดภัยตลอดเส้นทาง