สรุปดราม่า เจ้าของบ้านล็อกประตูหลังมี "รถปริศนา" เข้ามาจอดในบ้าน เดือดถูกเสนอจ่ายค่าจอดรถ 100 บาท 


กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพรถเบนซ์คันหนึ่ง ขณะจอดอยู่ในบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อตรวจสอบจึงพบว่าเป็นลูกค้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในซอย จึงจำเป็นต้องล็อกประตูบ้านไว้ เนื่องจากต้องออกไปทำธุระ ทั้งนี้ หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด วันที่ 27 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงพื้นที่เกิดเหตุ ภายในซอยศิริมังคราจารย์ ซอย 1 โดยบ้านเจ้าของโพสต์อยู่ห่างจากร้านประมาณ 50 เมตร อยู่ฝั่งเดียวกันของถนน 

ทางด้าน น.ส.พิมพ์นภางค์ หรือ คุณพิมพ์ เจ้าของบ้านและเจ้าของโพสต์ดังกล่าว เล่าว่า ปกติช่วงเช้าจะเปิดประตูบ้านไว้ เนื่องจากดัดแปลงพื้นที่บางส่วนทำร้านปิ้งย่างและมีคนมาส่งของตลอดวัน แต่ในวันเกิดเหตุกลับมีรถเบนซ์ขับเข้ามาจอดในลานบ้านโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อสอบถามคนในบ้านก็ไม่มีใครรู้จัก

เนื่องจากต้องออกไปทำงาน จึงจำเป็นต้องปิดและล็อกประตูบ้านไว้ ก่อนติดต่อไปยังร้านอาหารใกล้เคียงที่เคยมีปัญหาเรื่องที่จอดรถ โดยช่วงแรกทางร้านปฏิเสธว่าไม่ใช่ลูกค้า แต่ต่อมามีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของรถติดต่อเข้ามาขอให้เปิดประตู พร้อมอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล และเสนอจ่ายค่าจอดรถ 100 บาท 

ทั้งนี้ ทำให้เจ้าของบ้านยิ่งไม่พอใจ นำเรื่องราวไปโพสต์ในโลกออนไลน์ ต่อมาในช่วงบ่าย แม่ของเจ้าของบ้านได้เดินทางมาเปิดประตูให้รถออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่ปัญหา

ขณะที่ เจ้าของบ้าน ยังระบุอีกว่า ปัญหาการจอดรถไม่เป็นระเบียบเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ร้านดังกล่าวมาเปิดเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน เนื่องจากซอยมีลักษณะแคบและมีทั้งบ้านพัก ร้านอาหาร สถาบันกวดวิชา และคอนโดมิเนียม ทำให้ที่จอดรถไม่เพียงพอ อีกทั้งยังมีข้อกำหนดให้จอดรถแบบวันคู่-วันคี่ ยิ่งทำให้พื้นที่จอดลดลง

...

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาลูกค้าล้นร้าน ออกมายืนรอคิวและถ่ายภาพบนถนน กีดขวางการจราจร รวมถึงมีการจอดรถทั้งสองฝั่งในบางช่วง เช่น เทศกาลปีใหม่ สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา เจ้าของบ้านเคยแจ้งความและมีการเจรจากับเจ้าของร้าน ซึ่งรับปากว่าจะจัดการปัญหา โดยจะมีพนักงานดูแลเรื่องที่จอดรถ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่เห็นการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม และปัญหายังคงเกิดซ้ำ

ทั้งนี้ อยากฝากถึงผู้ประกอบการ ให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องการจัดการที่จอดรถและพื้นที่หน้าร้าน เนื่องจากไม่เพียงรถลูกค้า แต่ยังมีการนำโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์มาตั้งบนถนน เพื่อรองรับลูกค้าที่รอคิว ซึ่งสร้างความเสี่ยงและกีดขวางการจราจร หากไม่สามารถแก้ไขได้ ควรพิจารณาย้ายสถานที่เพื่อไม่ให้กระทบผู้อื่น

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามทางร้านอาหารดังกล่าว ได้รับแจ้งว่าเจ้าของร้านยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.