บริษัทนครชัย 21-นครชัยทัวร์ ยืนยันไม่ขึ้น "ราคาค่าโดยสาร" พร้อมวอนรัฐตรึงราคา "น้ำมันดีเซล" เพื่อให้ได้ไปต่อ
วันที่ 25 มีนาคม 2569 นายชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทนครชัย 21 และรองกรรมการผู้จัดการบริษัทนครชัยทัวร์ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมการจองที่นั่งล่วงหน้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า เฉพาะสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ทางบริษัทนครชัย 21 ได้เปิดระบบจองล่วงหน้าเป็นเวลา 30 วัน ซึ่งผู้โดยสารเริ่มทยอยจองที่นั่งโดยสารมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยในปัจจุบัน สถานการณ์ยอดจองตั๋วล่วงหน้าประมาณ 4 พันที่นั่ง ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติเมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลอื่นๆ
ทั้งนี้ เหลือเวลาอีกประมาณ 15 วัน ก่อนจะถึงช่วงสงกรานต์คาดว่าจะจองเพิ่มขึ้นอีก แต่ยังไม่ได้มีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเด่นชัด ตามที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าต้นทุนราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอาจเป็นแรงจูงใจหลักให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งประเมินว่าแนวโน้มการเดินทางในครั้งนี้ จะมีความใกล้เคียงกับช่วงเทศกาลที่ผ่านมา เนื่องจากมีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน
ในด้านหนึ่งประชาชนอาจตัดสินใจใช้รถสาธารณะมากขึ้น เพราะแบกรับภาระต้นทุนน้ำมันไม่ไหว แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจเกิดการชะลอการเดินทางหรือลดจำนวนเที่ยววิ่งลงเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย รวมถึงกระแสความกังวลเรื่องความยากง่ายในการจัดหาน้ำมันและโควตาต่างๆ ซึ่งยังต้องติดตามสถานการณ์ในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด ว่าจะเป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลประกาศไว้หรือไม่
ในส่วนของการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผู้โดยสาร หากไม่มีอุปสรรคด้านการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง นครชัย 21 และนครชัยทัวร์ มีแผนที่จะเสริมเที่ยวรถเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 25 ถึง 30 จากจำนวนเที่ยววิ่งปกติ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทั่วไปดำเนินการอยู่แล้ว โดยบางแห่งอาจเพิ่มได้ตั้งแต่ร้อยละ 10 ถึง 40 ตามความเหมาะสมของแต่ละบริษัท
...
นอกจากนี้ ยังได้มีการเตรียมประสานรถโดยสารนำเที่ยวที่ว่างจากการรับงานในช่วงดังกล่าวเข้ามาเป็นกำลังเสริม เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถรองรับความต้องการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอและสะดวกสบายที่สุด
สำหรับสถานการณ์วิกฤตต้นทุนน้ำมันในปัจจุบันนั้น ราคาน้ำมันดีเซลหน้าสถานีบริการที่ขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 33 บาทเศษต่อลิตร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะอย่างหนัก โดยในช่วงเทศกาลที่มีจำนวนผู้โดยสารมากยังพอที่จะประคองตัวในการเดินรถได้ แต่หากพ้นช่วงเทศกาลไปแล้วและราคาน้ำมันยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ จะเกิดปัญหาเรื่อง "โหลดแฟคเตอร์" หรือจำนวนผู้โดยสารต่อคันทันที ซึ่งหากการบริหารจัดการจำนวนผู้โดยสารไม่สัมพันธ์กับต้นทุน จะนำไปสู่ภาวะการขาดทุนอย่างหนักในแต่ละเที่ยววิ่ง
ดังนั้น มาตรการแรกที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องนำมาใช้เพื่อความอยู่รอดคือการปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งลง เพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารต่อคันให้มากขึ้นและครอบคลุมต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมาผู้ประกอบการทุกรายจะมุ่งมั่นในการให้บริการประชาชนอย่างเต็มกำลัง แต่หากต้องแบกรับภาระการเดินรถที่ขาดทุนต่อเนื่องก็คงไม่สามารถทำได้ในระยะยาว
นอกจากต้นทุนน้ำมันแล้ว ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับการปรับขึ้นราคาของสินค้าและบริการอื่นๆ (Supply) ที่เริ่มแจ้งปรับราคาเข้ามาในช่วงเดือนเมษายน 2569 นี้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม ขนม และอะไหล่ต่างๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้บีบให้บริษัทต้องปรับรูปแบบการบริหารจัดการภายในองค์กรอย่างเข้มข้น ทั้งการประหยัดพลังงานและการปรับปรุงรูปแบบการใช้ทรัพยากรบุคคลเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ส่วนประเด็นสำคัญที่ภาครัฐควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ คือ ความเหลื่อมล้ำของราคาน้ำมันระหว่างหน้าสถานีบริการกับราคาน้ำมันในกลุ่มอุตสาหกรรมขนส่งที่สั่งซื้อผ่านจ็อบเบอร์ (Jobber) เนื่องจากน้ำมันหน้าปั๊มได้รับการตรึงราคาโดยกองทุนน้ำมัน แต่ราคาน้ำมันที่ผู้ประกอบการขนส่งสั่งซื้อโดยตรงกลับมีราคาสูงกว่าเกือบ 10 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการแบกรับไม่ไหว
อย่างไรก็ตาม สำหรับบริษัทนครชัย 21 และบริษัทนครชัยทัวร์ ปัจจุบันมีรถโดยสารปรับอากาศจำนวน 130 คัน ประกอบการเดินรถโดยสารประจำทาง 5 สาย ได้แก่ สายนครราชสีมา-กรุงเทพ, นครราชสีมา-เชียงใหม่, นครราชสีมา-เชียงราย, นครราชสีมา-นครสวรรค์ และนครราชสีมา-มุกดาหาร โดยใช้น้ำมันดีเซลวันละ 10,000 ลิตร เดือนละ 3 แสนลิตร มีพนักงานทั้งสิ้น 400 คน.