“กำแพงเพชร” เจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์ วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบด้วย หลังถูกบังคับจ่ายส่วย เดือนละ 4 พัน อ้างช่วยค่าน้ำมัน “นาย” ยอมรับกลัวจะเดือดร้อน และเพื่อความสบายใจในการทำมาค้าขาย ต้องจำยอมจ่ายไป

จากกรณีเพจ “กำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่” โพสต์ข้อความระบุว่า “บ่นกันระงม ขอค่าน้ำมันจากร้านเฟอร์นิเจอร์ โกสัมพี มีไหมครับ #ถ้ามี ส่งหลักฐานให้เพจได้นะจะนำเสนอให้” ต่อมาได้โพสต์ข้อความอีกว่า “อุ้ย!!! ตายแล้ววว เจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์ เปิดปาก มีคนมาเรียกเงินเป็นค่าน้ำมันให้นาย เดือนละ 4 พัน”

หลังจากข้อความทั้งหมดถูกโพสต์ลงไปในโซเชียล ทำให้มีการตั้งคำถามมากมายว่าเกิดอะไรขึ้นในอำเภอโกสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบเจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอโกสัมพีนคร เปิดเผยว่า “มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง” ได้เดินทางมาหาที่โรงงานของตนเอง ถึงสองครั้ง เพื่อขอให้ช่วยเหลือเรื่องค่าน้ำมันที่นายอำเภอคนเก่า ซึ่งจะย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้ว ได้ค้างจ่ายกับปั๊มน้ำมันในพื้นที่ เป็นเงินกว่า 9 หมื่นบาท โดยอ้างว่านายอำเภอคนดังกล่าวที่ย้ายไป ได้สร้างหนี้เอาไว้ จึงอยากขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือในส่วนนี้

ซึ่งตนก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าในโซเชียลเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีดังกล่าว จนผู้ประกอบการร้านเฟอร์นิเจอร์รายอื่นๆ โทรมาเล่าให้ฟัง ซึ่งแท้ที่จริงแล้วการเก็บส่วย ก็เป็นเรื่องที่พูดยาก ซึ่งร้านอื่นๆ เค้าทำกัน ตนก็ต้องทำตามเขา กลัวจะเดือดร้อน ต่อมาก็มีคนมาเรียกเก็บเงิน โดยอ้างว่าจะเอาไปให้นาย ซึ่งครั้งหลังนี้ตนให้ไปเป็นจำนวนเงิน 4,000 บาท ซึ่งคาดว่าจะมีเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์หลายรายถูกเก็บไปด้วยเช่นเดียวกับตนเพราะได้พูดคุยกัน ตนยอมเสียเงินไปเพื่อตัดความรำคาญ และเพื่อความสบายใจในการทำมาค้าขาย ซึ่งช่วงหลังมาเริ่มลำบาก ขายสินค้าไม่ค่อยได้ประกอบกับ กลุ่มร้านเฟอร์นิเจอร์หลายรายถูกเก็บเงินปริมาณมากขึ้น ซึ่งตนยอมรับว่าต้องทำตามเขา

...



ดังนั้นตนจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบหน่อยว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทุกวันนี้เฟอร์นิเจอร์แทบจะขายไม่ได้ ลำบากกันอยู่แล้ว

“เห็นว่าเอาไปให้นายเก็บรวมกัน ซึ่งมาเรียกเก็บแบบนี้ตนก็ต้อง ว่าตามกัน กับเขา ซึ่งคำว่า “นาย” ที่ตนเข้าใจ น่าจะเป็นคนที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ซึ่งก็คงไม่มีใครใหญ่กว่านี้แล้วแน่นอน”

แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า สำหรับในเรื่องของการทำงานในพื้นที่ของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนดังกล่าว จากคำบอกเล่าของข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่อยู่ในพื้นที่ อ้างว่าทำงานเข้ากับผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ได้เลย ผู้ใต้บังคับบัญชาจะปรึกษาหารืออะไรก็ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการกวาดล้างจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ ก็จะเพิกเฉย สร้างความเอือมระอาให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างมาก