แม่ของเด็กชายธนเดช เผยหลังฝากลูกออมเงินที่โรงเรียน พอปิดเทอมได้รับเงินจุกๆ กว่า 7 หมื่นบาท พร้อมตั้งเป้าปีหน้าต้องทะลุ 1 แสน


จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์รูปเงินออมของนักเรียนหลักสิบถึงหลักหมื่นบาท โดยมีชื่อนักเรียนติดหน้าถุงเงิน โดย ด.ช.ธนเดช เป็นเจ้าของเงินออมสูงสุด 72,720 บาท พร้อมกับเขียนข้อความว่า "โครงการออมทรัพย์โรงเรียนบ้านหนองลุมพุกหญ้าม้า ออมจริง ออมจัง #มาออมเงินกันค่ะ #อบ.2 พรุ่งนี้พร้อมส่งคืนผู้ปกครองค่ะ" จนเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียล 

วันที่ 21 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ โรงเรียนบ้านหนองลุมพุกหญ้าม้า ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาส พบว่าประตูโรงเรียนปิดหมดทุกบาน จึงได้โทรศัพท์สอบถามจากป้ายที่ติดไว้หน้าโรงเรียน ทราบว่านักเรียนปิดเทอมแล้ว แต่ครูปิดเทอมวันที่ 31 มีนาคม วันนี้เป็นวันหยุดราชการ อีกทั้งครูกำลังเดินทางไปศึกษาดูงานที่ต่างจังหวัด จึงไม่มีครูอยู่ที่โรงเรียน

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่บ้านหนองหญ้าม้า ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี พบนางปวีณา กงเพชร อายุ 48 ปี และ ด.ช.ธนเดช หรือ น้องเบส อายุ 5 ขวบ แม่และลูก ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนหนองลุมพุกหญ้าม้า ที่ออมเงินได้มากที่สุด 72,720 บาท ซึ่งบ้านเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว และแกงเส้น ซึ่งนางปวีณากำลังทำราดหน้าให้ลูกค้า เสร็จแล้วขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งลูกค้าภายในหมู่บ้าน

นางปวีณา เล่าว่า ตนมีอาชีพขายอาหารตามสั่ง ส่วนสามีไปทำงานที่ฉางข้าวใน อ.กุมภวาปี ตนมีลูก 2 คน น้องเบสเป็นคนสุดท้อง เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 ยังไม่รู้เรื่องอะไร ก่อนหน้านี้สามีจะเลี้ยงควาย และช่วยส่งอาหารให้ลูกค้า แต่เพราะหาเงินไปจ่ายค่าประกันชีวิตไม่เพียงพอ จึงได้ให้สามีเลิกเลี้ยงควาย ไปทำงานที่ฉางข้าว ทำให้ตนขายอาหารตามสั่งที่บ้านตามลำพัง บางครั้งก็ทำส่งลูกค้าไม่ทัน 

...

ทั้งนี้ เริ่มออมเงินที่โรงเรียน เนื่องจากได้ทราบว่าโรงเรียนมีโครงการออมเงิน นักเรียนชั้น ม.1-ม.3 ซึ่งเป็นเด็กโตก็จะแบ่งเงินที่ผู้ปกครองให้มาโรงเรียนออมเงินเอง ส่วนเด็กอนุบาลก็ให้ผู้ปกครองฝากลูกมาออม และได้ยินข่าวว่ามีผู้ปกครองนักเรียนออมเงินกับโรงเรียนพอสิ้นปีการศึกษา ได้เงินออมจำนวนมาก ตนเลยตั้งใจออมเงินบ้าง

นางปวีณา เล่าต่อว่า ปีที่แล้วตนเริ่มออมเงินวันละ 100 บาท โดยจะไปส่งน้องเบสไปโรงเรียน แล้วเอาเงิน 100 บาทฝากกับครูประจำชั้น พอสิ้นปีการศึกษาก็ได้เงินออม 17,895 บาท ก็รู้สึกดีใจ และทราบว่าครูไม่ได้จำกัดจำนวนเงินออม ตนก็น่าจะเก็บได้มากกว่านี้อีก มาปีนี้จึงออมวันละ 400 บาท โดยให้เงินน้องเบสไปโรงเรียน 420 บาท ออมกับครูประจำชั้น 400 บาท อีก 20 บาท ให้น้องเบสซื้อขนมกินที่โรงเรียน 

หากวันไหนที่โรงเรียนหยุดหลายวัน ตนก็จะออมทบวันเช่น 3 วันก็จะนำไปออม 1,200 บาท และจะมีการจดบันทึกเอาไว้ด้วย พอสิ้นปีการศึกษาก่อนปิดเทอม ครูก็จะประกาศคืนเงินออมให้ ตนก็แอบลุ้นว่าจะได้กี่บาท พอไปรับเงินก็ปรากฏว่าปีนี้ได้ 72,720 บาท 

ทั้งนี้ รู้สึกดีใจมาก ภูมิใจที่ตัวเองทำได้ เงินจำนวน 72,720 บาท ก็จะนำไปจ่ายค่าประกันชีวิต เตรียมไว้สำหรับน้องเบสเปิดเทอมปีการศึกษาหน้า สำรองในการซื้อของมาขายในร้านอาหารตามสั่ง และเก็บไว้ใช้ในครัวเรือน ส่วนตัวคิดว่าการออมเงินที่โรงเรียนจะดีกว่านำไปฝากธนาคารแม้ว่าจะไม่ได้รับดอกเบี้ยก็ตาม เพราะว่าตนไม่สะดวกในการเดินทางไปธนาคาร การออมเงินที่โรงเรียนห้ามเบิกห้ามถอน เป็นการบังคับเราไปในตัว ส่วนฝากที่ธนาคารเราสามารถกดเงินมาใช้ตอนไหนก็ได้ ยิ่งมีแอพโอนเงินยิ่งง่ายทำให้เงินไม่เหลือ

อย่างไรก็ตาม แม้การออมเงินที่โรงเรียนจะไม่ได้ดอกเบี้ยก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าได้ดอกเบี้ยก็จะบริจาคให้โรงเรียน เพราะการออมเงินที่โรงเรียนถือเป็นการปลูกฝังให้น้องเบสและนักเรียนรู้จักการอดออม ปีก่อนออมวันละ 100 บาท ได้ 17,895 บาท ปีนี้ออมวันละ 400 บาท ได้ 72,720 บาท ปีหน้าตนตั้งใจไว้ว่า จะออมวันละ 500 บาท จะต้องได้ทะลุ 1 แสนบาท ซึ่งตนคิดว่าจะต้องทำให้ได้.