"กระทรวงแรงงาน" เผยมาตรการดูแลสิทธิประโยชน์กรณี "แรงงานไทย" เสียชีวิตในอิสราเอล จากการสู้รบในตะวันออกกลาง
วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงานและโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตในรัฐอิสราเอล เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อคืนวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ในส่วนการดำเนินการความช่วยเหลือกรณีดังกล่าวนั้น กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการ ดังนี้
1. ทูตแรงงานประสานความช่วยเหลือกับทางสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด
ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปเบื้องต้นแล้ว กระทรวงแรงงาน ได้รับรายงานจากฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รับแจ้งยืนยันจากทางการอิสราเอลว่า พบแรงงานไทยเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่อยู่ในห้องพัก มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ โดยเสียชีวิตเมื่อเวลา 23.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นอิสราเอล) ของวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบ ผู้เสียชีวิตได้แจ้งการเดินทางไปทำงานผ่านกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 โดยไปทำงานภาคเกษตร ในรัฐอิสราเอล โดยหน่วยนิติเวชของทางการอิสราเอลจะทำการชันสูตรพลิกศพ และส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับครอบครัวผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ
2. ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านปลอบขวัญให้กำลังใจญาติ
กระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้แรงงานจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจครอบครัวของแรงงานที่เสียชีวิตแล้ว โดยได้สื่อสารแจ้งสิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับให้ทราบ พร้อมอำนวยความสะดวกในเรื่องเอกสารต่างๆ เพื่อดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยตามขั้นตอนต่อไป
...
3. สิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับ
ในส่วนของสิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับนั้น มีทั้งส่วนของสิทธิประโยชน์ในประเทศไทย และสิทธิประโยชน์จากทางสถาบันประกันภัยแห่งชาติ อิสราเอล ได้แก่
สิทธิประโยชน์ในประเทศไทย
- ผู้เสียชีวิตเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ในกรณีที่เสียชีวิตในต่างประเทศจากภาวะสงคราม เป็นเงิน จำนวน 40,000 บาท
- สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม มีเงินสะสมชราภาพ รวม 71,459.14 บาท
สิทธิประโยชน์จากสถาบันประกันภัยแห่งชาติ อิสราเอล ประกอบด้วย
- เงินช่วยเหลือค่าชดเชยการไว้ทุกข์
- การมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายในการฝังศพ
- เงินชดเชยรายเดือน
- เงินช่วยเหลือประจำปี
- เงินช่วยเหลืออื่นๆ อาทิ เงินช่วยเหลือทางจิตวิทยา ซึ่งจำนวนเงินที่จะได้รับทางสถาบันประกันภัยแห่งชาติ อิสราเอล จะพิจารณาและชดเชยให้ต่อไป
4. ประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยึดถือแนวปฏิบัติเมื่อได้ยินสัญญาณเตือนภัยจากทางการอย่างเคร่งครัด
กระทรวงแรงงานได้สั่งการให้ทูตแรงงานในอิสราเอล ให้การดูแลและกำชับแรงงานไทยที่ยังคงทำงานในอิสราเอลให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เพื่อสื่อสารผ่านญาติแรงงานที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อให้ญาติแจ้งแรงงานที่ไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพิ่มความระมัดระวังเมื่อได้ยินสัญญาณเตือนภัยและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของทางการอย่างเคร่งครัด อาทิ
- หากอยู่ในอาคาร ให้เข้าห้องหลบภัยทันที
- หากอยู่กลางแจ้ง ให้หมอบราบกับพื้น และใช้มือป้องกันศีรษะ
- จะออกจากที่หลบภัย เมื่อได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว
- อยู่ให้ห่างจากเศษระเบิดหรือจรวดที่ยังไม่ระเบิด
- ห้ามออกมาบันทึกภาพหรือวิดีโอ ขณะอยู่ในช่วงสัญญาณเตือนภัย เป็นต้น
- ประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยในต่างประเทศ ดาวน์โหลด และอัพเดทแอปพลิเคชัน Smart TOEA และเปิดพิกัดเพื่อให้กระทรวงแรงงาน สามารถสื่อสารส่งข้อความไปยังแรงงาน โดยแรงงานก็สามารถสื่อสารกลับมาได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานได้ให้ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประสานการทำงานกับทางสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการติดตามสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของแรงงานที่เสียชีวิต รวมถึงการนำร่างกลับประเทศไทยต่อไป.