แท็กซี่สุวรรณภูมิ เริ่มทยอยหยุดให้บริการ หลังประสบปัญหาวิกฤตน้ำมัน โอดน้ำมันแพงไม่กลัว กลัวไม่มีน้ำมันเติม ด้านผู้ที่ดูแลแท็กซี่ ยันยังมีแท็กซี่ให้บริการอย่างเพียงพอ


จากกรณีที่นายพัลลภ ฉายินธุ นายกสมาคมประสานงานรถรับจ้างสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่าขณะนี้รถแท็กซี่ที่ให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยเฉพาะ รถ SUV ซึ่งเป็นรถแวนขนาดใหญ่เริ่มทยอยหยุดให้บริการ เนื่องจากประสบปัญหาการหาน้ำมันเติมไม่ได้ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้โดยสารเรียกให้ไปส่งในระยะไกล เนื่องจากเกรงว่าน้ำมันจะหมดกลางทางและหาน้ำมันเติมไม่ได้ ซึ่งก็อาจจะส่งผลกระทบทำให้จำนวนแท็กซี่ที่ให้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิลดน้อยลง

ปัจจุบันสนามบินสุวรรณภูมิมีแท็กซี่ที่เป็นสมาชิกของสมาคมอยู่ราว 5-6 พันคัน แต่มีการวิ่งให้บริการจริงเพียง 2.5 พันคัน จากปัญหาน้ำมันขาดแคลนทำให้สมาชิกบางส่วนเริ่มหยุดวิ่ง แต่สำหรับรายที่จำเป็นต้องวิ่งก็อาจจะต้องมีการปรับลดหรือเลือกระยะเวลาการออกวิ่งให้บริการ เช่น ออกวิ่งให้บริการแค่ในช่วงเช้า เพราะช่วงค่ำอาจหาน้ำมันเติมยาก รวมทั้งเลือกให้บริการเฉพาะในเส้นทางระยะสั้นเท่านั้น เพราะกลัวน้ำมันหมดแล้วหาเติมไม่ได้

...

“ขณะนี้แท็กซี่กำลังได้รับผลกระทบไม่ใช่จากปัญหาน้ำมันแพง แต่เป็นปัญหาน้ำมันขาดแคลน หาเติมไม่ได้ อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็คงต้องรอรัฐบาลตัวจริงที่มีอำนาจเต็มเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งสมาคมเตรียมที่จะยื่นข้อเสนอหลายข้อให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ รวมไปถึงการเสนอขอให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนระบบการจัดเก็บค่าโดยสารจากมิเตอร์ เป็นระบบคำนวณโดยแอปพลิเคชันด้วย”

ล่าสุดวันนี้ (19 มี.ค. 69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ลานจอดรถแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อสอบถามคนขับแท็กซี่ที่ใช้รถ SUV ซึ่งเป็นรถแวนขนาดใหญ่ โดยสอบถาม นายไพศาล คนขับรถ SUV เล่าว่า รถตนเป็นรถฟอร์จูนเนอร์ใช้น้ำมันดีเซล ได้รับผลกระทบตอนนี้ เฉพาะเมื่อคืนนี้วิ่งจากพระราม 2 แล้วมาพระราม 3 ทุกปั๊มไม่มีน้ำมันดีเซลเลย จนมาเจอที่พระราม 9 หลังจากส่งผู้โดยสารจากมหาชัยแล้ว ต้องวิ่งหาเติมน้ำมัน แต่ตอนนี้ราคาน้ำมันปรับขึ้นนิดหน่อยแต่ถ้าขึ้นอีกถึง 3 บาทกระทบแน่นอน มีผลกระทบมากเลย จะรับลูกค้าก็รับไม่ได้เพราะไม่มีน้ำมัน การที่หาน้ำมันเติมยากมีผลกระทบกับรายได้มากเลย จะรับลูกค้าก็รับไม่ได้ ต้องหาน้ำมันก่อน และตอนนี้ต่างจังหวัดยังไม่กล้าไปเลย กลัวไม่มีน้ำมัน

ด้านนายบดินทร์ สังข์ทอง คนขับรถ SUV เหมือนกัน กล่าวว่า ตนใช้รถฟอร์จูนเนอร์ที่ใช้น้ำมันดีเซล หาเติมน้ำมันยาก แต่ตอนนี้ผมยังไม่เจอกับตัว เพราะยังไม่ได้ไปต่างจังหวัด แต่ถ้าเกิดต้องไปต่างจังหวัด ก็ต้องคำนวณก่อนว่าเรามีน้ำมันเพียงพอไหม เพราะไม่รู้หรอกว่าข้างหน้าจะมีน้ำมันให้เติมหรือไม่ หากไปแล้วตอนขากลับต้องมาหาปั๊มน้ำมัน ต้องมาจอดรอ ผมถามว่า เป็นคุณจะไปไหม ตัวผมไม่อยากไป หากไปแล้วไม่มีน้ำมันเติมจะทำอย่างไร ต้องไปรอต่อคิวตอนไหนก็ไม่รู้

การไปส่งผู้โดยสารต่างจังหวัดถือเป็นโอกาสของเรา แต่ตอนนี้น้ำมันหายาก พอเราปฏิเสธไป รายได้เราก็ลดลง น้ำมันแพงไม่กลัว กลัวน้ำมันไม่มี ช่วงนี้เติม 700 บาทก็ยังพอวิ่งได้ แต่พอเราวิ่งไปรอบสองรอบ เราก็ต้องคำนวณแล้วเราจะต้องไปเติมที่ไหน ถ้ามันมีน้ำมัน ก็โชคดีไปถ้าไม่มีก็ต้องหยุด หรือถ้าน้ำมันน้อยก็ไม่กล้าลงคิว

จากการสอบถามผู้ที่ดูแลแท็กซี่ ทราบว่า แท็กซี่ทั้งหมดที่วิ่งให้บริการจริงประมาณ 2,000 กว่าคันนั้น เป็นรถที่ใช้แก๊ส LPG และแก๊ส NGV เสียส่วนใหญ่ รองลงมาเป็นรถไฟฟ้า ส่วนรถ SUV ซึ่งเป็นรถแวนขนาดใหญ่มีส่วนน้อยที่เข้ามาให้บริการจึงมีผลกระทบไม่มากนัก และมีบางส่วนที่หมดอายุการใช้งานจึงต้องหยุดวิ่งไป และยืนยันว่ายังมีแท็กซี่ให้บริการอย่างเพียงพอกับผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาใช้บริการ

...