ในโลกที่คนมักมองภาพเศรษฐกิจกันแค่เรื่องตัวเลขกำไรหรือค่า GDP สูงๆ เราอาจเผลอลืมไปว่า "รากฐาน" ของเศรษฐกิจจริงๆ คือหยาดเหงื่อของคนทำมาหากินตัวเล็กตัวน้อยนับล้านคนในระบบเศรษฐกิจ ความจริงที่น่าเป็นห่วงในวันนี้คือ หลายครอบครัวกำลังจมอยู่กับกองหนี้ก้อนโต ไม่ใช่เพราะใช้ชีวิตประมาท แต่เป็นเพราะมี "กำแพง" กั้นระหว่างพวกเขากับธนาคาร เพียงเพราะไม่มีเอกสารหลักฐานแสดงรายได้ เพียงเพราะรายได้จากการค้าขายไม่สม่ำเสมอ หรืออาจเป็นเพราะอายุที่เป็นอุปสรรค ทำให้ยากที่จะเข้าถึงเงินทุนในระบบ จนสุดท้ายต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบที่บีบคั้นชีวิต
เมื่อฟันเฟืองเล็กๆ เหล่านี้ขยับไม่ได้ เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศก็ย่อมฝืดเคืองไปด้วย การที่ธนาคารออมสินยืนหยัดในการเป็น "ธนาคารเพื่อสังคม" และช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มฐานรากให้สามารถเข้าถึงเงินทุนในระบบได้ จึงไม่ใช่แค่การประชาสัมพันธ์ แต่เป็นความตั้งใจมาลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ เพื่อช่วยให้คนหาเช้ากินค่ำมีโอกาสลืมตาอ้าปาก และกลับมามีแรงลุกขึ้นสู้อีกครั้งอย่างภาคภูมิใจ
เบื้องหลังตัวเลข คือรอยยิ้มของผู้คน
ตัวเลขมากมายที่ปรากฏในรายงานประจำปี อาจดูเป็นเพียงข้อมูลดิบทางสถิติสำหรับคนทั่วไป แต่หากเราลองมองดูให้ดี ทุกหน่วยที่นับเพิ่มขึ้นคือ "ชีวิต" ที่ได้รับโอกาสให้ไปต่อ ในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารออมสินได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จที่จับต้องได้เหล่านี้
- ช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินและดูแลลูกหนี้ไม่ให้เสียประวัติทางการเงินไปแล้วกว่า 1 ล้านราย
- ช่วยสร้างอาชีพให้ประชาชนกว่า 100,000 ราย และช่วยพัฒนาศักยภาพแรงงานอีกกว่า 42,000 ราย
- ช่วยเหลือร้านค้ารายย่อยกว่า 9,000 ร้านให้มีช่องทางการขายที่เข้มแข็ง
- ช่วยเติมสภาพคล่องให้ธุรกิจ ด้วยการอัดฉีดวงเงินกว่า 140,000 ล้านบาท ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs เพื่อ "ให้โอกาส มากกว่าตัดโอกาส"
ความเหลื่อมล้ำจะลดลงได้ก็ต่อเมื่อคนมี "เครื่องมือ" ไม่ใช่แค่ได้รับการสงเคราะห์ชั่วคราว และนั่นคือสิ่งที่ธนาคารออมสินสื่อสารผ่านแคมเปญ "ทุกธุรกรรมของคุณ เปลี่ยนชีวิตใหม่ให้ใครบางคน" โดยหยิบเอาเรื่องจริงของลูกค้าที่ชีวิตพลิกได้เพราะได้รับโอกาสมาเล่าให้สังคมได้รับทราบบนช่องทางต่างๆ รวมถึงบน "รถไฟฟ้าขบวนออมสิน" ที่กลายเป็นพื้นที่บอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างมีชีวิตชีวา
เรื่องราวของ “พี่นา” คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด พี่นาดูแล “น้องใบบัว” หลานสาวมาตั้งแต่เกิดเหมือนแม่แท้ๆ ทว่าชีวิตที่เคยราบรื่นกลับล้มครืนเพราะถูกโกงสัญญาเช่าร้านจนสูญเงินทั้งหมด ไม่มีแม้แต่เงินจะจ่ายค่าเทอมให้หลานสาว “น้องใบบัว” แม้จะกังวลว่าตัวเองไม่ใช่ลูกค้าเดิมของธนาคาร และอายุมากเกินกว่าจะกู้ได้ แต่พี่นาก็รวบรวมความกล้า ตัดสินใจปรึกษาเจ้าหน้าที่จากธนาคารออมสินว่าสามารถให้ความช่วยเหลืออะไรได้บ้าง จนได้รับอนุมัติ "สินเชื่อสร้างงานสร้างอาชีพ" และ “สินเชื่อต้อนรับเปิดเทอม” วันนี้ชีวิตของพี่นาพลิกฟื้นกลับมามีร้าน มีรายได้สามารถดูแล "น้องใบบัว" หลานสาวให้ได้มีโอกาสเรียนต่อเพื่อสร้างอนาคตของตัวเอง
ไม่ต่างจากกรณีของ “พี่ช้าง” เจ้าของร้านผลไม้ที่สืบทอดกิจการมากว่า 30 ปี วิกฤติโควิดทำให้ยอดขายดิ่งเหวในขณะที่รายจ่ายยังคงเดิม ในนาทีที่ร้านเกือบจะต้องปิดลง ธนาคารออมสินได้เข้าให้ความช่วยเหลือ โดยให้ทุนเสริมสภาพคล่องผ่าน “สินเชื่อธุรกิจรายย่อย” ช่วยให้พี่ช้างสามารถรักษาร้านที่เป็นมรดกของครอบครัวไว้ได้ เช่นเดียวกับ “พี่ล๊ะ” แม่ค้าขายข้าวหมกไก่ที่เคยถูกความจำเป็นสารพัดบีบให้ต้องพึ่งหนี้นอกระบบดอกเบี้ยโหด แต่ด้วยคำแนะนำจากหน้าที่ธนาคารออมสิน ช่วยให้พี่ละเตรียมเอกสารต่างๆจนได้รับอนุมัติสินเชื่อ และสามารถปลดพันธนาการหนี้นอกระบบ กลับมาตั้งหลักได้ใหม่ในที่สุด
กลไกการเชื่อมต่อ: ทำไมเรื่องนี้ถึงเกี่ยวกับ "คุณ"?
สำหรับลูกค้าทั่วไปที่อาจมองว่า "ฉันไม่ใช่กลุ่มเปราะบาง" และ "ฉันไม่ได้ร่ำรวยพอจะไปบริจาคให้ใครได้" คุณอาจสงสัยว่าแคมเปญ “ทุกธุรกรรมของคุณ เปลี่ยนชีวิตใหม่ให้ใครบางคน” เกี่ยวข้องกับคุณอย่างไร?
คำตอบอยู่ใน "กลไกการแบ่งปันผ่านระบบธนาคาร" ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็สามารถมีส่วนร่วมได้ เมื่อคุณเลือกทำธุรกรรมกับธนาคารออมสิน ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงิน การโอนเงิน การซื้อสลากออมสิน หรือการใช้แอพพลิเคชัน MyMo จ่ายบิลในชีวิตประจำวัน เม็ดเงินและกำไรส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นจะถูกนำไปปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและจัดทำโครงการช่วยเหลือคนตัวเล็กๆ อย่างพี่นา พี่ช้าง หรือพี่ล๊ะ โดยที่คุณยังได้รับผลประโยชน์จากเงินและธุรกรรมต่างๆของคุณเหมือนเดิม เช่นเดียวกับการใช้บริการธนาคารอื่นๆ
นี่คือการให้ในรูปแบบของระบบเศรษฐกิจ คุณไม่ได้เสียอะไรเพิ่ม แต่การเลือก "พื้นที่" ในการทำธุรกรรมของคุณ คือการตัดสินใจส่งต่อพลังอำนาจทางการเงินไปสู่ผู้ที่ขาดโอกาส ยิ่งเราช่วยให้คนระดับฐานรากรอดพ้นจากวิกฤติได้มากเท่าไหร่ สังคมโดยรวมก็จะมีความเสี่ยงน้อยลง อาชญากรรมลดลง การจ้างงานเพิ่มขึ้น และกำลังซื้อในระบบก็จะหมุนเวียนกลับมาสู่ธุรกิจทุกระดับในที่สุด
ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน
ธนาคารออมสินเชื่อมั่นว่า การใช้บริการทางการเงินในชีวิตประจำวัน สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ หากเราลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินได้จริง สังคมไทยจะก้าว ไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างสง่างาม
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมแห่งการ "ให้โอกาส" ผ่านทุกธุรกรรมของคุณกับธนาคารออมสินเพราะการ “เป็นลูกค้าธนาคารออมสิน เท่ากับได้ช่วยสังคม” และทุกๆ ครั้งที่คุณกดซื้อสลากออมสิน คุณอาจกำลังช่วยต่อลมหายใจ หรือสร้างฝันทางการศึกษาให้เด็กสักคนได้มีวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเดิม
ทุกธุรกรรมของคุณ เปลี่ยนชีวิตใหม่ให้ใครบางคน