วัณโรคและโรคระบบทางเดินหายใจยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสาธารณสุขที่สำคัญของโลก แม้องค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งเป้ายุติวัณโรคภายในปี 2568 แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2569 เป้าหมายดังกล่าวยังไม่เป็นจริง ทำให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งเดินหน้าความร่วมมือมากยิ่งขึ้น (แหล่งข้อมูลอ้างอิงจาก : World Health Organization)

ระหว่างวันที่ 4–7 กุมภาพันธ์ 2569 กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพจัดงาน APRC 2026 – 10th Asia Pacific Region Conference of the International Union Against Tuberculosis and Lung Disease หรือ การประชุมสหพันธ์องค์กรต่อต้านวัณโรคและโรคปอดนานาชาติภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 10 ซึ่งเป็นเวทีประชุมวิชาการด้านวัณโรคและสุขภาพปอดระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

การประชุมจัดขึ้นที่ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้ธีม “Transforming Lung Health and Creating a Future Free of Tuberculosis through Research, Innovation, and Networking” หรือ “พลิกโฉมสุขภาพปอด สร้างอนาคตไร้วัณโรค ผ่านงานวิจัย นวัตกรรม และเครือข่ายความร่วมมือ”


โดยมีผู้นำด้านสาธารณสุข นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้กำหนดนโยบายจาก กว่า 36 ประเทศ และผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางใหม่ในการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรควัณโรคและโรคปอด

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.อรรถ นานา ประธานการประชุมสหพันธ์องค์กรต่อต้านวัณโรคและโรคปอดนานาชาติภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 10 (APRC 2026) และนายกสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า วัณโรคยังคงสร้างภาระต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ปีละประมาณ 10 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตถึง 1.5 ล้านคนต่อปี

“วัณโรคยังไม่หมดไปจากโลกของเราและยังคงเป็นปัญหาสุขภาพที่ท้าทายในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย เวทีอย่าง APRC จึงมีความสำคัญ เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง 36 ประเทศมาแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) แพทย์หญิงณับผลิกา กองพลพรหม กรรมการร่วมฝ่ายวิชาการ APRC 2026 และกรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการตรวจคัดกรองเชิงรุกในระยะยาวเพื่อกำจัดวัณโรคว่า 

“งานประชุมวิชาการ APRC ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพ ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ได้มีโอกาสเรียนรู้แนวทางการคัดกรอง วินิจฉัยและการรักษาใหม่ ๆ จากบุคลากรทางระบบสาธารณสุขในหลายประเทศสิ่งสำคัญคือการพัฒนาโครงการที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษาได้มากขึ้น โดยต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าหากมีโครงการคัดกรองอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจะสามารถกำจัดวัณโรคได้ในเร็ววัน” 

ความท้าทายสำคัญคือ “การค้นหาผู้ป่วยให้พบเร็ว”

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในเวทีนี้คือ การตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อค้นหาผู้ป่วยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

แพทย์หญิงผลิน กมลวัทน์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารโครงการกองทุนโลก ประจำประเทศไทย เลขาธิการสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเลขานุการการจัดงาน APRC 2026 กล่าวว่า 

“วัณโรคเป็นโรคของสังคม ไม่ใช่เพียงปัญหาทางการแพทย์ที่ภาครัฐจะแก้ไขเพียงลำพังได้ โดยวัณโรคยังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย โดยมีผู้ป่วยปีละมากกว่า หนึ่งแสนราย ความท้าทายสำคัญคือการเข้าถึงผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่มีอาการ เราจึงต้องนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไปคัดกรองหาผู้ป่วยในชุมชนอย่างต่อเนื่อง”

เธอระบุว่า เครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่และการตรวจหาเชื้อที่รวดเร็วช่วยให้ระบบสาธารณสุขเข้าถึงผู้ป่วยได้มากขึ้น และหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถยุติปัญหาวัณโรคได้ภายใน 5–10 ปีข้างหน้า

เทคโนโลยีการแพทย์และ AI กำลังมีบทบาทสำคัญ

หนึ่งในภาคส่วนที่เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนการแก้ปัญหาด้านสุขภาพปอดคือ ภาคเอกชนด้านเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย

บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีทางการแพทย์ภายในงาน APRC 2026 เพื่อตอกย้ำบทบาทในการสนับสนุนการตรวจคัดกรองโรคปอดและวัณโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ผ่านโซลูชันสุขภาพครบวงจรที่ผสานนวัตกรรมการวินิจฉัย และเทคโนโลยี AI ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจพบโรค ออกแบบมาเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการคัดกรอง โดยเฉพาะในชุมชนห่างไกลและกลุ่มประชากรเปราะบาง


โซลูชันที่นำมาจัดแสดงในงานประกอบด้วย

  • เครื่องเอกซเรย์ดิจิทัลที่มาพร้อม AI สำหรับช่วยตรวจคัดกรองวัณโรคและมะเร็งปอดให้เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น สามารถช่วยแพทย์ตรวจพบรอยโรคขนาดเล็กที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ลดความผิดพลาดในการวินิจฉัย และทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาได้รวดเร็วขึ้น
  • ชุดตรวจปัสสาวะ TB-LAM แบบรู้ผลเร็ว ช่วยตรวจพบเชื้อวัณโรคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำในผู้ป่วยเอชไอวี ซึ่งในบางกรณีการเอกซเรย์ทรวงอกหรือการตรวจเสมหะอาจให้ผลตรวจที่ไม่แม่นยำนัก เหมาะสำหรับการใช้งานในศูนย์สาธารณสุขในชุมชนและคลินิกตรวจรักษาเอชไอวี ซึ่งอาจไม่ได้มีห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์ทางการแพทย์ขั้นสูงในการตรวจคัดกรอง
  • กล้องส่องตรวจหลอดลม (Bronchoscope) สำหรับการวินิจฉัยโรคทางเดินหายใจ ช่วยผสานประสิทธิภาพของการคัดกรองเข้ากับการรักษา ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นทางเดินหายใจที่ซับซ้อนได้โดยตรง และเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อตรวจวินิจฉัยโรค เช่น มะเร็งปอดหรือวัณโรค ได้อย่างแม่นยำ

เทคโนโลยีต้องเข้าถึงชุมชน

นายโซ มารูโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วัณโรคและโรคปอดยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในชุมชนเปราะบาง

“ฟูจิฟิล์มมุ่งมั่นเป็นพันธมิตรด้านสุขภาพระยะยาว เราเชื่อว่าการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยลดการสูญเสียบทบาทของเราคือช่วยให้ระบบสุขภาพเข้าถึงผู้คนได้เร็วขึ้น และทำให้การวินิจฉัยเป็นไปได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที ด้วยการเข้าถึงที่เท่าเทียม” เขากล่าว

พร้อมระบุว่า เทคโนโลยีทางการแพทย์จำเป็นต้องตอบโจทย์การใช้งานนอกโรงพยาบาลและเข้าถึงชุมชนได้ จึงมีการพัฒนานวัตกรรมการถ่ายภาพทางการแพทย์แบบพกพา เพื่อสนับสนุนโครงการคัดกรองเชิงรุกของหน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศ

ความร่วมมือคือกุญแจสู่การยุติวัณโรค

เวที APRC 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีวิชาการ แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญที่เชื่อมโยงนักวิจัย แพทย์ ผู้กำหนดนโยบาย และภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการแพทย์ ให้ร่วมกันพัฒนาแนวทางใหม่ในการรับมือกับโรควัณโรคและโรคระบบทางเดินหายใจ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายร่วมกันคือการขยายการเข้าถึงการตรวจคัดกรองโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ และผลักดันให้เกิด “อนาคตที่ไร้วัณโรค” ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ฟูจิฟิล์ม ประเทศไทย เดินหน้าผนึกกำลังกับพันธมิตร หน่วยงานสาธารณสุข และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อขยายการเข้าถึงการตรวจคัดกรองโรคระยะเริ่มต้นและร่วมสร้างสังคมไทยสุขภาพดี สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของกลุ่มฟูจิฟิล์มในการ “แต่งแต้มรอยยิ้มให้โลกของเรา”