จังหวัดแพร่ ชี้แจงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการ งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 539,995,000 บาท อยู่ระหว่างหารือบอกเลิกสัญญา “ไชน่า เรลเวย์” เตรียมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมยืนยันเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและวางแนวทางให้โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ สามารถเดินหน้าต่อไปได้ในอนาคต
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานจังหวัดแพร่ เผยแพร่เอกสารชี้แจงกรณีความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ โดยระบุข้อความว่า
จังหวัดแพร่ขอชี้แจงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ เพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ของโครงการดังกล่าว
โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ ตั้งอยู่บริเวณที่ดินตำบลน้ำชำ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ มีพื้นที่ประมาณ 86 ไร่เศษ ใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 539,995,000 บาท โดยมีจังหวัดแพร่เป็นผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างคือ กิจการร่วมค้า AKC ซึ่งประกอบด้วยบริษัทอัครกรดีเวลลอปเม้นท์ และบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย)
โครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2564 ตามสัญญากำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน และครบกำหนดสัญญาในวันที่ 14 มีนาคม 2567 โดยงานก่อสร้างประกอบด้วย
...
- อาคารศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ สูง 4 ชั้น
- อาคารหอประชุมขนาด 1,000 ที่นั่ง
- อาคารโรงอาหาร
- อาคารสโมสรร้านค้า
- แท่นประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
- งานผังบริเวณและสิ่งก่อสร้างประกอบ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา โครงการได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด - 19 ทำให้ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยจังหวัดแพร่ได้ผ่อนปรนค่าปรับเป็นร้อยละ 0 ระยะเวลา 554 วัน และได้ปรับแผนการทำงานใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้รับจ้างสามารถดำเนินโครงการต่อไปได้
ถึงแม้ว่าจังหวัดแพร่จะให้โอกาสและขยายระยะเวลาการดำเนินงาน แต่จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 12 มกราคม 2569 พบว่า - ผลงานก่อสร้างในภาพรวมแล้วเสร็จเพียง 25.07% แต่หากแยกเป็นรายอาคารจะพบว่า อาคารศาลากลาง 39.76% , อาคารหอประชุม 48.75% , อาคารโรงอาหาร 55.5% , สโมสรร้านค้า 55.5% และงานผังบริเวณและสิ่งก่อสร้างประกอบ 4.00%
- ล่าช้ากว่าแผนงานถึง 74.94%
- เกิดค่าปรับตามสัญญาแล้ว 115 วัน
- คิดเป็นค่าปรับประมาณ 62 ล้านบาท หรือมากกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินสัญญา
นอกจากนี้ จังหวัดแพร่ยังพบว่าผู้รับจ้างไม่มีการระดมบุคลากรหรือเครื่องจักรเข้าดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการรื้อถอนเครื่องจักรหลักออกจากพื้นที่ก่อสร้าง และไม่มีผู้ควบคุมงานในบางสาขาวิชาชีพตามที่สัญญากำหนด อีกทั้งยังไม่ดำเนินการต่ออายุหนังสือค้ำประกันตามสัญญา และไม่ยินยอมชำระค่าปรับที่เกิดขึ้น
จังหวัดแพร่ได้พิจารณาสถานการณ์อย่างรอบคอบ โดยที่ผ่านมาได้มีการติดตามเร่งรัดการก่อสร้างทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการมาโดยตลอด ตลอดจนได้ให้โอกาสผู้รับจ้างปรับปรุงการทำงานหลายครั้ง เนื่องจากต้องการให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อและแล้วเสร็จเพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่จากพฤติการณ์และความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จังหวัดแพร่เห็นว่า ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามสัญญาได้
ขณะนี้จังหวัดแพร่อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานอัยการจังหวัดแพร่ เพื่อพิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญาจ้างตามกฎหมาย โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
แนวทางดำเนินการต่อไปของจังหวัดแพร่ ภายหลังการพิจารณาบอกเลิกสัญญา จังหวัดแพร่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทางราชการและประชาชน โดยจะดำเนินการในประเด็นสำคัญ ได้แก่ - เรียกเก็บค่าปรับและค่าเสียหายตามสัญญาจากผู้รับจ้าง
- ดำเนินการยึดหลักประกันสัญญาและหลักประกันที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
- พิจารณาขึ้นบัญชีเป็นผู้ทิ้งงาน หรือ Blacklist ตามระเบียบของภาครัฐ
- หากตรวจพบว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย จังหวัดแพร่จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยไม่ละเว้น
- และจะขอตั้งงบประมาณและดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของโครงการ
ทั้งนี้ จังหวัดแพร่ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและวางแนวทางให้โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ในอนาคต เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและการให้บริการภาครัฐในจังหวัดแพร่ต่อไป.