พบพระ จ.ตาก ออกมาตรการคุมเข้มราคาน้ำมัน เปิดช่องทางร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสกัดลอบส่งออกชายแดน หลังคนแห่เติมน้ำมัน


เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 4 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีชาวบ้านหมู่ 2 ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก ร้องเรียนปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน กระทบการดำรงชีพและภาคเกษตร

โดยวันนี้นายสิริเกษม สุภา จึงยื่นหนังสือถึง นายธันย์ปวัฒน์ ภูริวัฒนเมธา นายอำเภอพบพระ เป็นผู้รับหนังสือพร้อมทั้งได้สั่งให้นายประดับ ปลัดอาวุโสอำเภอพบพระ ประสานหน่วยงานทหาร ตำรวจ ร่วมกับฝ่ายปกครองตรวจเยี่ยมตามแนวชายแดน และได้ประสาน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพบพระ ดำเนินการจัดระเบียบจราจร

หลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ซึ่งในหนังสือร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ระบุถึงความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในพื้นที่อำเภอพบพระและพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเติมน้ำมันเพื่อใช้ในยานพาหนะและเครื่องจักรการเกษตรได้อย่างเพียงพอ จึงเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน โดยผู้ร้องเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้

...


1. จำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน ขอให้สถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ อนุญาตให้เติมเฉพาะในถังที่ติดมากับรถยนต์ และให้ซื้อเพิ่มได้เพียงถังขนาด 30 ลิตร จำนวน 2 แกลลอนต่อราย เพื่อสำรองไว้ใช้กับเครื่องสูบน้ำทางการเกษตร ลดการกักตุนเกินความจำเป็น

2. เข้มงวดการลักลอบขนข้ามชายแดน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมกันสกัดกั้นการลักลอบขนน้ำมันข้ามฝั่งตามแนวชายแดน ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ปริมาณน้ำมันในพื้นที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

3. ควบคุมราคาและสต๊อกน้ำมัน เสนอให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบและควบคุมราคาจำหน่าย รวมถึงบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นธรรม ซึ่งเพียงแค่ 2 วันที่ชายแดนฝั่งตะวันตกของ จ.ตาก มีทั้งชาวไทยและชาวพม่าแห่เติมน้ำมันจึงส่งผลกระทบหนักในภาคเกษตร

ชาวบ้านระบุว่า ขณะนี้เกษตรกรได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญในการสูบน้ำ ทำไร่ ทำนา และขนส่งผลผลิต หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ อาจกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของครัวเรือนจำนวนมาก

ท้ายหนังสือร้องเรียน ระบุชื่อผู้ยื่นเรื่องคือ นายสิริเกษม สุภา พร้อมแสดงความเคารพและความหวังว่าหน่วยงานภาครัฐจะเร่งเข้ามาดูแลสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

ล่าสุด ฝ่ายปกครองและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้เร่งขับเคลื่อนมาตรการควบคุมสถานการณ์แล้ว นายกวิน แว่นแก้ว ปลัดอาวุโสอำเภอพบพระ เปิดเผยว่า นายอำเภอพบพระได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชน พร้อมกำชับผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านตามแนวชายแดน ตั้งจุดตรวจเข้ม และบูรณาการตั้งด่านร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ ลาดตระเวนสกัดกั้นการลักลอบขนน้ำมันส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างจริงจัง

สำหรับอำเภอพบพระออกประกาศคุมเข้ม 4 มาตรการ ตามประกาศอำเภอพบพระ ลงวันที่ 4 มี.ค. 69 ระบุถึงมาตรการเตรียมความพร้อมและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพของประชาชน โดยกำหนดแนวทางสำคัญดังนี้

1. ควบคุมราคาสินค้าและน้ำมันเชื้อเพลิง อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซหุงต้ม ต้องจำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม ห้ามกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด

...

2. สั่งการทุกภาคส่วนตรวจเข้ม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ต้องออกตรวจสถานีบริการน้ำมันและตลาดอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติให้รายงานต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอโดยเร่งด่วน

3. สร้างความเข้าใจประชาชน ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการเป็นหลัก อย่าตื่นตระหนก พร้อมยืนยันว่าภาครัฐมีการสำรองพลังงานและดูแลเสถียรภาพด้านราคา

4. เปิดช่องทางร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนสามารถแจ้งเหตุได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอพบพระ (ที่ว่าการอำเภอ ชั้น 1) โทร. 055-569-104 สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน สถานีตำรวจภูธรพบพระ ภายใต้การสั่งการของ พันตำรวจเอก อนุสรณ์ ดังก้อง ผู้กำกับการ สภ.พบพระ ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรบริเวณสถานีบริการน้ำมัน พร้อมเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมาย และกวดขันการลักลอบขนน้ำมันตามแนวชายแดน

จับตาผลมาตรการ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำมันในพื้นที่อำเภอพบพระยังอยู่ในความสนใจของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขาดแคลนเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องจักรและการสูบน้ำ ภาครัฐยืนยันจะติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และหากมีมาตรการเพิ่มเติมจะประกาศแจ้งให้ทราบเป็นระยะ.