นายอำเภอแม่สะเรียง สะท้อนปัญหา "เส้นทางคมนาคม" ของพื้นที่ห่างไกลใน จ.แม่ฮ่องสอน กรณีชาวบ้านแม่ปอ แบกเปลหาม เดินเท้าลุยโคลนกว่า 6 กม. เพื่อส่ง "ผู้ป่วย" รักษาต่อที่ รพ. หลังฝนตกหนักถนนลื่น จนรถไม่สามารถสัญจรได้ แต่สุดท้ายไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า "เมื่อวินาทีแห่งชีวิต... ต้องพ่ายแพ้ต่อเส้นทางที่ยากลำบาก"

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ผมได้รับรายงานที่น่าสลดใจจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.แม่ยวม ถึงการจากไปของ "แม่ลอยบอย ษมาจิตโอบอ้อม" วัย 70 ปี ราษฎรบ้านแม่ปอ ซึ่งท่านเป็นมารดาของนายกมล ษมาจิตโอบอ้อม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหย่อมบ้านแม่ปอ

เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ผมมองย้อนกลับไปถึงภาพความทรงจำเมื่อปีที่แล้ว ที่ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปเยี่ยมพี่น้องที่หมู่บ้านแห่งนี้ ระยะทางในแผนที่อาจดูไม่ไกล แต่ในความเป็นจริง "สภาพถนน" คืออุปสรรคที่ใหญ่หลวงที่สุด และส่งผลกระทบโดยตรงต่อลมหายใจของพี่น้องประชาชน

ในวันที่ฝนตกหนักพื้นผิวถนนกลายเป็นโคลนลื่น จนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ เมื่อแม่ลอยบอยมีอาการป่วยทรุดหนักลง ชาวบ้านจึงต้องช่วยกัน "แบกเปลหาม" ฝ่าเส้นทางวิบากลัดเลาะตามไหล่เขา เพื่อส่งตัวไปยังบ้านแม่กองคา ก่อนจะต่อรถฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลแม่สะเรียง... แม้ทีมแพทย์จะพยายามยื้อชีวิตด้วยการทำ CPR อย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้าย "ระยะทางและเวลา" ก็พรากแม่จากเราไปอย่างไม่มีวันกลับ

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความยากจน แต่นี่คือเรื่องของ "เส้นทางคมนาคมที่ชี้เป็นชี้ตาย"

กว่า 20 ปีที่แม่ฮ่องสอนถูกจัดว่าเป็นจังหวัดที่ยากจนต่อเนื่อง แต่สิ่งที่สะท้อนความยากลำบากได้ชัดเจนที่สุด คือการที่พี่น้องเรายังขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น ทั้งถนนที่ปลอดภัย ประปา ไฟฟ้า และสัญญาณโทรศัพท์ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความสะดวกสบาย แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยรักษาชีวิตคนในยามวิกฤต

การจากไปของแม่ลอยบอยในวันนี้ ต้องไม่เป็นเพียงแค่ตัวเลขในรายงาน แต่มันคือ "เสียงสะท้อน" ถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาเส้นทางในพื้นที่ห่างไกล เพราะสำหรับพี่น้องบนดอย "ถนนที่ดีขึ้นเพียงกิโลเมตรเดียว อาจหมายถึงอีกหนึ่งชีวิตที่รอดกลับมาหาครอบครัว"

ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวษมาจิตโอบอ้อม ด้วยครับ




ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก วรศักดิ์ พานทอง