"ปศุสัตว์เขต 5" แจงสาเหตุ "เสือ" ตาย 72 ตัว ผลชันสูตรติดเชื้อไวรัสไข้หัดสุนัขร่วมกับแบคทีเรียจากเห็บหมัด พร้อมย้ำไม่ติดต่อสู่คน


วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีการตายของเสือโคร่งในสถานประกอบกิจการสวนสัตว์ของบริษัท คุ้มเสือตระการ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 8-18 กุมภาพันธ์ 2569 พบเสือโคร่งตายรวมทั้งสิ้น 72 ตัว แบ่งเป็นพื้นที่คุ้มเสือแม่ริม 21 ตัว และ คุ้มเสือแม่แตง 51 ตัว 

ทางด้าน นายสัตวแพทย์พีรพล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์เขต 5 และ นายสัตวแพทย์อนุสรณ์ หอมขจร ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยผลการตรวจสอบหลังลงพื้นที่เก็บตัวอย่างทางพยาธิวิทยาตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ยืนยันว่า ไม่พบรหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ หรือ โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza Virus: AIV) แต่พบการติดเชื้อจาก 2 สาเหตุหลัก ได้แก่ โรคไข้หัดสุนัข หรือ โรคคานีน ดิสเทมเปอร์ (Canine Distemper Virus: CDV) และ เชื้อแบคทีเรียไมโคพลาสมา (Mycoplasma spp.) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เสือโคร่งในพื้นที่ล้มป่วยและเสียชีวิต 

สำหรับโรคไข้หัดสุนัข หรือ คานีน ดิสเทมเปอร์ เป็นโรคที่แพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรงและการแพร่กระจายทางอากาศ ส่งผลรุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร และระบบประสาท ขณะที่เชื้อแบคทีเรียไมโคพลาสมา มีเห็บ หมัด และแมลงวันคอกเป็นพาหะ ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางจากการทำลายเม็ดเลือดแดง โดยมีปัจจัยกระตุ้นจากความเครียดของสัตว์ในสถานที่เลี้ยงและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ซึ่งการติดเชื้อร่วมกันของทั้งไวรัสและแบคทีเรียส่งผลให้อาการของโรครุนแรงมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ สำนักงานปศุสัตว์ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า โรคดังกล่าวไม่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน ผู้ดูแลและพนักงานทุกคนผ่านการตรวจสุขภาพแล้วพบว่าแข็งแรงเป็นปกติ พร้อมกันนี้ได้เคลื่อนย้ายเสือโคร่งที่เหลือไปดูแลยังศูนย์บริบาลสัตว์ในพื้นที่อำเภอแม่แตงและสั่งหยุดให้บริการสาขาอำเภอแม่ริมชั่วคราวเป็นเวลา 14 วัน เพื่อดำเนินการทำความสะอาดและฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อตามมาตรฐานทางระบาดวิทยา ก่อนพิจารณาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

สำหรับลำดับเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น พบว่าวิกฤตครั้งนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังได้รับแจ้งว่าเสือโคร่งเริ่มมีอาการซึมและป่วยเบื้องต้นจำนวน 33 ตัว ก่อนจะเกิดการระบาดอย่างรวดเร็วและทยอยตายลงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 18 กุมภาพันธ์ 2569 พบเสือโคร่งตายรวมทั้งสิ้น 72 ตัว แบ่งเป็นพื้นที่คุ้มเสือแม่ริม 21 ตัว และคุ้มเสือแม่แตง 51 ตัว โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 12 และ 13 กุมภาพันธ์ ถือเป็นจุดวิกฤตที่สุดที่มีเสือตายรวมกันสูงถึง 45 ตัว ภายในเวลาเพียง 2 วันเท่านั้น ส่งผลให้ปัจจุบันยอดรวมเสือคงเหลือที่คุ้มเสือแม่ริมมีจำนวน 44 ตัว และคุ้มเสือแม่แตง 130 ตัว

ส่วนที่หลายคนเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับซากของเสือโคร่งที่ตายไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหนังและเขี้ยวเสือที่มีมูลค่า นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารที่ 16 เปิดเผยว่า กระบวนการทำลายซากเสือโคร่งได้ดำเนินการเสร็จแล้ว โดยในระยะแรกใช้วิธีการเผาทำลาย แต่เนื่องจากเตาเผาไม่เพียงพอ จึงปรับเปลี่ยนมาใช้วิธีขุดหลุมฝังภายในพื้นที่คุ้มเสือแม่แตง มีการฝังซากเป็นหลุม พร้อมปักธงกำหนดพิกัดอย่างชัดเจนและระบุหมายเลขประจำตัวเสือที่ฝังในแต่ละหลุมอย่างเป็นระบบ 

จากนั้นมีการโรยน้ำยาฆ่าเชื้อตามหลักวิชาการ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและการแพร่กระจายของเชื้อโรค ซึ่งคุ้มเสือเป็นผู้ดำเนินการเองทุกขั้นตอนและการดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์และเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่

อย่างไรก็ตาม บริเวณพื้นที่คุ้มเสือแม่ริม ยังคงปิดพื้นที่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ โดยพนักงานระบุว่ามีการบิ๊กคลีนนิ่งฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อทั่วทุกตารางนิ้วไปแล้วและพนักงานทุกคนผ่านการตรวจสุขภาพไม่พบความผิดปกติ ขณะที่ผู้บริหารจะแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง.