เชียงใหม่ – ผอ.โรงเรียนสันกำแพง เปิดใจครั้งแรกหลังถูกย้ายไปช่วยราชการ สพม.เชียงใหม่ กรณีสารวัตรหนุ่ม ร้องขอความเป็นธรรมให้ “ครูปอ” หรือ “ครูพอลล่า” ล่าสุด ผลสอบออกมาระบุว่า ผอ.ไม่ได้กระทำผิดตามที่เป็นข่าว เตรียมเอาผิดบุคคลที่ทำให้เสียหาย ส่วนเงินที่หายไปจากระบบของโรงเรียนอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุมดอกแก้ว โรงเรียนสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ นายวุฒิไกร วรรณการ ผู้อำนวยการโรงเรียนสันกำแพง พร้อมทนายความได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชน กรณีที่ก่อนหน้านี้ทางสารวัตรต้น ได้มีการโพสต์โซเชียลขอความเป็นธรรมให้กับครูพอลล่า แฟนสาว รมควันตัวเองเสียชีวิตภายในรถเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา หลังจากที่ ผอ.เรียกเข้าไปพบ
หลังมีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กทั้งของสารวัตรต้นและครูพอลล่า ได้ถูกแชร์เป็นจำนวนมากจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล และมีการไว้อาลัยครูพอลล่าเป็นจำนวนมาก ทำให้ทางสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเชียงใหม่ หรือ สพม. ต้องเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ และได้มีการสั่งย้าย ผอ.โรงเรียนสันกำแพงไปปฏิบัติหน้าที่ที่เขตเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ล่าสุดผลสอบจาก สพม.เชียงใหม่ได้ออกแล้ว และทางผู้อำนวยการโรงเรียนสันกำแพงได้กลับมารับหน้าที่วันนี้เป็นวันแรก
โดยผลสอบระบุว่า ผอ.ไม่ได้มีส่วนกระทำผิดตามที่เป็นข่าว ส่วนเงินค่าเทอมของเด็กนักเรียนที่จ่ายเข้าไปบัญชีครูปอ หรือครูพอลล่านั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีความเสียหายเท่าไหร่
นายวุฒิไกร วรรณการ ผู้อำนวยการโรงเรียนสันกำแพง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้ตนเองและครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีโซเชียล เข้ามาด่าตนเองเป็นจำนวนมาก ทั้ง ๆ ที่ตนเองยังไม่ได้ไปทำอะไร และผลสอบก็ยังไม่ออก
ตนยอมรับว่าเป็นคนสั่งตรวจสอบระบบการเงินของโรงเรียน หลังรองผู้อำนวยการแจ้งว่าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เงินไม่เข้าระบบ และต่อมาวันที่ 19 พฤศจิกายน ได้มีคุณครูฝ่ายรับเงินได้มีการนำคิวอาร์โค้ดของตัวเองไปวาง โดยมีหลักฐานว่าเด็กโอนเข้าบัญชีส่วนตัว จึงทำให้ตนเองรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เพราะตนเองไม่เคยให้ทำแบบนี้เลย
ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิด ดังนั้นตนจึงได้เรียกประชุมในเย็นวันนั้นประมาณ 3 ชั่วโมง โดยมีการตั้งกล้องวิดีโอไว้ด้วยเพื่อให้ทุกคนได้พูดความจริงว่าปัญหาคืออะไร เราจะได้หาทางออกร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อหาทางออก
ซึ่งก็ได้ข้อสรุปในที่ประชุมคือใบเสร็จไม่ตรงชื่อนักเรียน และเงินไม่เข้าบัญชีโรงเรียน
ทำให้ตนเองต้องวางระบบใหม่ และเตรียมการจะให้ทางผู้ปกครองจ่ายคิวอาร์โค้ดผ่านธนาคารเพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อไป
และวันที่ 21 มกราคม 2569 ครูพอลล่าได้เข้ามาทำงานที่ห้องช่วงเย็น และทางผู้อำนวยการได้นำคลิปวงจรปิดมาเปิดให้ดูในการแถลงข่าว และจากคลิปจะเห็นครูใช้ผ้าคลุมกล้องวงจรปิด ซึ่งที่ทางโรงเรียนทราบก็คือเอกสารทะเบียนคุมรายชื่อนักเรียน และค่าเทอมชำระค่าบำรุงการศึกษาฉบับจริงหายไป เหลือแต่สำเนา และมีร่องรอยหลักฐานการแก้ไข จากนั้น
ซึ่งตนเองมองว่าการแก้ไขเอกสารเป็นเรื่องใหญ่แล้ว จึงได้ให้รองผู้อำนวยการฝ่ายงบประมาณไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในข้อผิดพลาด 7 ข้อ ซึ่งตามเอกสารที่ปรากฏที่ได้โชว์ให้สื่อมวลชนดู กระทั่งนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว และให้ความเป็นธรรมกับครู จึงได้ขอทีมนอกมาช่วยตรวจสอบด้วย และแก้ปัญหาเพื่อความโปร่งใส
กระทั่งเช้าวันที่ 26 มกราคม 2569 ได้ส่งไลน์เชิญครูพอลล่ามาพบ หลังเลิกแถว ก็ได้มีการพูดคุยกันดี เพราะตนเองกับครูพอลล่าไม่ค่อยได้พูดกันบ่อยมากนัก เท่าที่จำความได้ตั้งแต่ตนเองมารับตำแหน่งเมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี 2567 นั้นพูดคุยกันแค่สองครั้งเท่านั้น แม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์ยังไม่มีเลย หลังจากที่เรียกครูมาพบ ครูพอลล่าก็เดินเข้ามาทางประตูด้านหลัง เท่าที่พูดคุยครูก็มีความมั่นใจสูง พูดจาฉะฉาน โดยตนได้บอกว่าให้ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ โดยจะสืบสวนก่อนจะสอบสวน และคุยกันปกติหลังคุยเรื่องงานกันเสร็จตนเองก็ยังถามว่ามีสอนไหม ครูพอลล่าก็บอกว่ามีสอน ตนเองก็บอกว่างั้นก็ไปสอนเถอะ
ต่อมาวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 69 ตนก็ได้รับแจ้งจากรองผู้อำนวยการว่า ครูปอได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งตนกับคณะครูโรงเรียนก็ไปร่วมงานศพที่จังหวัดลำปางตามปกติ ซึ่งทางครอบครัวขณะนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีติดใจอะไร กระทั่งมาเห็นข่าวในโซเชียลเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่สารวัตรต้นโพสต์ ซึ่งทางผู้อำนวยการยืนยันว่าไม่ได้มีการกดดันหรือบีบบังคับให้ครูปอนั้นกระทำการใด ๆ และไม่ได้ขนของของครูปอไปทิ้งหน้าป้อมยามตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ซึ่งทางโรงเรียนมีหลักฐานทุกอย่าง แม้กระทั่งวันที่สารวัตรต้นมาขนของนั้นตนก็ได้เดินเข้าไปหายกมือไหว้ เขาก็ไม่รับไหว้ และบอกไม่พร้อมที่จะพูดคุย ส่วนข้าวของครูและนักเรียนก็ช่วยกันขน ไม่มีใครนำไปทิ้ง จากคลิปก็จะเห็นว่าสารวัตรได้ขับรถส่วนตัวมา และให้ลูกน้องขับรถกระบะตำรวจมาขนของ แม้กระทั่งสารวัตรต้นติดใจการเสียชีวิต ทางตำรวจ สภ.สันทราย ได้เรียกตนเองและครูภายในโรงเรียนไปสอบในฐานะพยาน สรุปแล้วก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
ซึ่งตนเข้าใจอารมณ์ของคนที่สูญเสียแฟน แต่การกระทำดังกล่าวนั้น สร้างความเสียหายให้กับตนเองเป็นอย่างมาก ดังนั้นในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และเตรียมเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีเงินค่าเทอมของเด็กนักเรียนที่จ่ายผ่านบัญชีครูไปนั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น มีประมาณ 10-20 ราย อย่างไรก็ตาม ตรงนี้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องได้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเงินปัจจุบัน และการเงินของโรงเรียนย้อนหลังไป 3 ปี หลังจากนี้จะสามารถสรุปความเสียหายได้
18 ก.พ. 2569 14:00 น.
ผอ.รร.สันกำแพงแถลง โต้ไม่ได้กดดัน ปม “ครูสาว” ผลสอบออกแล้ว ไม่พบทำผิด
...
...