ครอบครัวทำใจไม่ได้ สูญเสีย "ลูกสาววัย 10 เดือน" ขณะที่ "เนิร์สเซอรี" อ้างเด็กสำลักนม ด้านหมอพบนมเต็มปอด ขณะที่ พม. ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย


จากกรณี นายสาธิต บุญประกาศิต อายุ 31 ปี บิดาของเด็กหญิง อายุ 10 เดือน 25 วัน ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด ว่า ตนเองได้นำลูกสาวไปฝากเลี้ยงไว้ที่เนิร์สเซอรีในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มี รปภ. ดูแลอย่างดี คนนอกไม่สามารถจะเข้าได้ มีค่าฝากลูกเรียนตกเดือนละ 7,500 บาทไม่รวม ค่านม ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ซึ่งสามารถจะดูภาพจากกล้องวงจรปิดได้ตลอดเวลา ซึ่งตอนเช้าตนได้พาลูกสาวไปฝากตามปกติ จนทางเนิร์สเซอรีโทรมาแจ้งว่าลูกตนเองเสียชีวิตแล้ว โดยคนดูแลอ้างว่าลูกตนเองสำลักนม พอไปดูศพลูกสาวที่ รพ.ชลบุรี รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ไม่ได้รับคำตอบใดๆ จากทางเนิร์สเซอรี

ล่าสุด วันที่ 17 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ สภ.เสม็ด ทาง พม.จ.ชลบุรี และพ่อแม่เด็กและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ประชุมหารือ ต่อมาได้สอบถาม น.ส.ไพลิน คล้ายสุริยวงศ์ อายุ 50 ปี ย่าของ ด.ญ.อายุ 10 เดือน 25 วัน เผยว่า เอาน้องไปฝากเลี้ยงตอนอายุ 6 เดือนกว่า เกือบ 7 เดือน ที่มั่นใจที่นี่เพราะเห็นว่ามีมาตรฐาน มีกล้องวงจรปิด มีครูสอนภาษาอังกฤษ สถานที่เลี้ยงดูแล้วมีความปลอดภัย ตนเลยมั่นใจเอาน้องไปฝากเลี้ยงที่นี่ประมาณ 4 เดือน 

ในวันเกิดเหตุ เวลา 11 โมงกว่าๆ ทางเนิร์สเซอรีได้โทรมาหาแม่เด็กว่าน้องไม่หายใจ ตอนนี้กำลังไปส่งโรงพยาบาลเอกชน ตนไปถึงหลานอยู่ในห้องไอซียูแล้ว เมื่อตนเจอหมอ หมอบอกว่าตอนนี้น้องมีภาวะสมองตายแล้ว ทีมแพทย์ออกมาบอกว่าหัวใจไม่เต้นสมองไม่ทำงานตอนมาส่งก็ตัวเขียวแล้ว แต่หมอจะช่วยให้ดีที่สุด ช่วยกันชั่วโมงกว่าน้องก็เสียชีวิต พอหมอไปแล้ว เขามาพูดให้ฟังว่าเด็กนอนกันหมดทุกคน ถึงเวลาตื่นน้องไม่ตื่นแบบไม่หายใจแล้ว เขาก็เลยตกใจพาขึ้นรถขับรถมาโรงพยาบาล เราก็จะอยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากฟังอะไร 

ทั้งนี้ หมอสรุปสุดท้ายว่าพบนมเต็มปอด ซึ่งหลานเรามันจะเดินอยู่แล้ว สามารถยกขวดนมกินได้ แล้วมาตายมันไม่ใช่ ไม่น่าเป็นไปได้ ซึ่งในช่วงที่เราเลี้ยงเอง เขาไม่เคยสำลักนมเลย แล้วเขาก็บอกว่า เดี๋ยวเขาจะดูแลทั้งหมด แต่มันไม่ใช่ง่าย ชีวิตคนเราจะมาเรียกร้องเป็นเงินไม่สมควร เงินไปทำงานหาเอาก็ได้ ยืนยันจะต้องมีคนรับผิดชอบจากเรื่องนี้ดีที่สุด จะบอกว่าเด็กนอนแล้วสำลักนมนอนตาย มันง่ายเกินไป ก็ขอให้น้องไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ ย่าจะเรียกร้องความเป็นยุติธรรมให้

ทางด้าน นายสาธิต (พ่อเด็ก) กล่าวว่า ดูภายนอกเนิร์สเซอรีเขาก็ดูมาตรฐาน มีเด็กประมาณ 20 กว่าคน เขาโทรมาหาแม่น้องประมาณ 11 โมง 27 นาที บอกว่าน้องไม่หายใจ เราก็ตกใจ แล้วเขาก็บอกให้มาที่โรงพยาบาลเอกชนกำลังทำซีพีอาร์อยู่ ตอนแรกก็ยังอุ้มเล่นกันอยู่เลย มาเห็นอีกทีนึงเอาสำลีอุดจมูกแล้ว ก็รู้สึกแย่ไม่รู้เลยว่าลูกเราเสียชีวิตยังไง ตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการตาย ตอนนี้ตนไม่ได้เรียกร้องอะไร ขอแค่ดูกล้องวงจรปิดที่เขาสัญญากับเราว่ามี ซึ่งตอนแรกที่ฝากเลี้ยงก็ถามแล้วว่ามีกล้องวงจรปิด พอจะดูบอกว่าเสีย ไม่ได้เสียบปลั๊ก 

ต่อมาบอกว่ากล้องเสีย ตนอยากเห็นภาพกล้องวงจรปิดเวลาที่เกิดเหตุที่มีอยู่ อยากเห็นความจริง แล้วจะเข้าใจเองว่ามันเป็นมายังไง ลูกผมทั้งคนเสียชีวิต ตอนนี้ไม่รู้เลยว่าเสียชีวิตยังไง คือถ้าเสียอยู่กับผมเข้าใจได้ แต่อันนี้คือเสียชีวิตอยู่ที่เนิร์สเซอรีแล้วตนไม่ได้เจอลูกอีกเลย ผมเสียใจ ตอนนี้อยากรู้ความจริง มีกล้องวงจรปิด แต่เราดูกล้องไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้เกิด ลูกตัวเองเลี้ยงเองดีกว่า อยากฝากบอกผู้ปกครองคนอื่นถ้ามีลูกให้เลี้ยงลูกเองดีกว่าจะได้ไม่ต้องมาเสียใจแบบผม อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดีทำงานหาเงินได้ส่งลูกเรียน ทางแม่เขาก็เพิ่งซื้อบ้านเพื่อจะให้ลูกได้อยู่บ้านดีๆ เพิ่งเข้าไปอยู่ได้ 2 วัน ก็ต้องนอนคนเดียวโดยไม่มีลูก

ทางด้าน นางสาวจันจิรา ไทยบัณฑิตย์ ดำรงตำแหน่ง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี (พมจ.ชลบุรี) เผยว่า ทาง พม.เมื่อทราบเรื่องได้เดินทางไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าของเนิร์สเซอรี่บอกว่าเด็กสำลักนม ได้รีบส่งโรงพยาบาลไม่เกิน 5 นาที ต่อมาก็ทราบว่าเด็กเสียชีวิต ส่วนเรื่องทางผู้ปกครองสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตนี้เป็นส่วนของตำรวจ ในส่วนของ พม.มีหน้าที่ออกใบอนุญาต และตรวจสถานที่ สุขอนามัย จำนวนพี่เลี้ยง ปกติทาง พม.จะออกไปตรวจพร้อมกับสาธารณสุข โยธา และท้องถิ่น ไปตรวจร่วมกันเพื่อเสนอให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดในการอนุญาต และทาง พม. ต้องไปตรวจ ในการต่อใบอนุญาตแบบปีต่อปี เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก 

ทั้งนี้ เนิร์สเซอรี่แห่งนี้เปิดมา 10 ปีแล้ว ได้ต่อใบอนุญาตทุกปี ขอฝากทางผู้ปกครองหากมีเหตุการณ์ที่ไม่เป็นผลดีต่อเด็ก หรือถูกทารุณ สามารถแจ้ง พม. หรือสายด่วน 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.