ประเทศไทยและจีนมักถูกกล่าวขานว่าเป็น “พี่น้องกัน” การเสด็จฯเยือนจีนของ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ประมุขของทั้งสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนที่เป็นมิตร และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศมีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกฝ่ายคาดหวังว่าความร่วมมือระหว่างจีนและไทยจะประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น นี่คือภาพสะท้อนล่าสุดจากมุมมองของ “จาง เจี้ยนเว่ย” เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

จีนมีแนวคิดหรือความคาดหวังอย่างไรในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างจีนและไทยในปีใหม่นี้?

ตลอดครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย เราได้ยืนเคียงข้างและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป เราเป็นญาติที่ดี มิตรที่ดี และหุ้นส่วนที่ดีอย่างแท้จริง คำกล่าวที่ว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ได้หยั่งรากลึกในใจของผู้คน และกลายเป็นฉันทามติในวงกว้างในทุกภาคส่วนของทั้งสองประเทศมาช้านาน เมื่อปีที่แล้วเราได้เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทยอย่างยิ่งใหญ่ และได้เป็นสักขีพยานในการเสด็จฯเยือนจีนครั้งประวัติศาสตร์ของ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ประมุขของทั้งสองประเทศได้บรรลุฉันทามติที่สำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างจีนและไทย ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงผลักดันใหม่ให้กับการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี ปีนี้เป็นปีเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน และเป็นจุดเริ่มต้นใหม่สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยในการก้าวเข้าสู่อีก “50 ปีทอง” ข้างหน้าต่อไป ทั้งสองฝ่ายควรต่อยอดจากความสำเร็จในอดีตและก้าวไปข้างหน้า เพื่อกระชับและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน สนับสนุนกระบวนการพัฒนาประเทศให้ทันสมัย และมีส่วนร่วมมากขึ้นในการสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค จีนยินดีที่จะเสริมสร้างการประสานยุทธศาสตร์การพัฒนากับไทย ส่งเสริมการพัฒนาโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางคุณภาพสูง และสร้างความร่วมมือที่โดดเด่นมากขึ้นในสาขาที่กำลังเติบโต เช่น เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัล เราควรส่งเสริมการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า สนับสนุนวิสาหกิจของทั้งสองประเทศให้ขยายความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และทำให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้รับผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นจากความร่วมมือระหว่างจีนและไทย เราควรเสริมสร้างรากฐานของความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการบูรณาการทางวัฒนธรรมและการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน และนำพาประชาชนของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น 


ในความคิดเห็นของท่าน ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยแสดงออกจากการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในมิติไหนได้บ้าง?

อารยธรรมเจริญรุ่งเรืองได้ด้วยการแลกเปลี่ยนและได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นด้วยการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จีนและไทยเชื่อมต่อกันด้วยภูเขาและแม่น้ำ มีสายเลือดที่สนิทชิดเชื้อ และมีวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกัน การแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศมีข้อได้เปรียบโดยธรรมชาติและขอบเขตความร่วมมือที่กว้างขวาง ซึ่งช่วยรักษาความมีชีวิตชีวาของทั้งสองประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดั้งเดิม ศิลปะพื้นบ้าน หรือวัฒนธรรมสมัยนิยม เช่น ภาพยนตร์ ดนตรี และอาหาร ทั้งสองประเทศได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และกลมกลืนกันอย่างต่อเนื่องตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานและเป็นมิตรระหว่างการไปมาหาสู่กัน เช่นเดียวกับเทศกาลตรุษจีนที่เป็นการเฉลิมฉลองร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่การเสด็จฯเยือนจีนของ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” การแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวระหว่างจีนและไทยก็ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างสองประเทศก็มีความคึกคักมากขึ้น ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ทั้งสองฝ่ายยังประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ เช่น ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา การผลิตบุคลากร และการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ “กระแสความนิยมภาษาจีน” ยังคงเพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย โดยมีผู้คนกว่าหนึ่งล้านคนเรียนภาษาจีนในโรงเรียนไทย จำนวนนักเรียนนักศึกษาไปศึกษาในประเทศอีกฝ่ายหนึ่งติดอันดับต้นๆในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างคนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง

เทศกาลตรุษจีนพัฒนาจากประเพณีภายในครอบครัวไปสู่การเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมระดับภูมิภาค ท่านคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆในประเพณีตรุษจีนที่เกิดขึ้นตามยุคสมัย?

“เทศกาลตรุษจีน” เป็นเทศกาลประเพณีที่สำคัญที่สุดของชาวจีน เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขในการส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ รวมถึงการรวมญาติ ซึ่งสะท้อนถึงความปรารถนาและความคาดหวังของผู้คนที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการพัฒนาของยุคสมัยและความก้าวหน้าทางสังคม วิธีการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนและคุณค่าที่แท้จริงของเทศกาลตรุษจีนได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากประเพณีดั้งเดิมของการรวมญาติ ได้วิวัฒนาการไปสู่กิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ก้าวข้ามพรมแดนและเชื่อมโยงอารยธรรมต่างๆเข้าด้วยกัน กลายเป็นสะพานสำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกัน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างชาวจีนและประเทศอื่นๆ แสดงให้เห็นถึงความเปิดกว้างของอารยธรรมจีนอย่างเต็มที่ ในประเทศไทยชุมชนชาวจีนจำนวนมากยังคงรักษาประเพณีเทศกาลตรุษจีนดั้งเดิมไว้ และเทศกาลนี้ได้ผสานเข้ากับวัฒนธรรมไทยอย่างกลมกลืน ก่อให้เกิดบรรยากาศเทศกาลที่เป็นเอกลักษณ์ มีชาวไทยจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน แสดงให้เห็นภาพที่สวยงามของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และหล่อหลอมอย่างกลมกลืนระหว่างจีนและไทย

อยากให้ท่านเอกอัครราชทูตอวยพรปีใหม่จีน 2026 ให้แก่ประชาชนชาวไทย

เนื่องในโอกาสเทศกาลตรุษจีนปี 2026 ในนามของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ผมขอส่งคำอวยพรปีใหม่ด้วยความจริงใจแก่ประชาชนชาวไทย ในวัฒนธรรมจีน “ม้า” เป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้า พลัง และความหวัง ในปีที่มีความหมายพิเศษนี้ จีนหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมมือกับประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ ผลักดันการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกันให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น และร่วมกันเขียนบทใหม่ “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ในยุคใหม่ ผมขออวยพรให้ประเทศไทยมีความเจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่เย็นมีสุข ขอให้มิตรภาพระหว่างจีนและไทยยั่งยืนตลอดไป และขอให้ประชาชนชาวไทยสุขสันต์เทศกาลตรุษจีน ครอบครัวมีความสุขสมหวังสิริสวัสดิ์ในปีม้านี้.