เมียห้ามแล้วไม่ฟัง หนุ่มเปิดยูทูบดูวิธีดัดแปลง "โอ่ง" เป็นที่อบสมุนไพรรักษาอาการป่วย สุดท้ายขาดอากาศหายใจเสียชีวิตสลด
จากกรณี นายต้อม อายุ 37 ปี มีอาการป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เจาะโอ่งแดงในบ้านพักดัดแปลงเป็นที่อบสมุนไพรรักษาอาการป่วย ก่อนภรรยามาพบเป็นศพอยู่ในโอ่งแดง พร้อมกับเตาอั้งโล่และหม้อนึ่งสมุนไพร โดยเหตุเกิดภายในบ้านพักหลังหนึ่ง ใน ต.ปะโค อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ช่วงสายของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายสมชาย ชินวานิชย์เจริญ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์แผนไทย นายธนกร คำหารพล สาธารณสุขอำเภอกุมภวาปี พร้อมทั้งคณะเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม.ต.ปะโค ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยมี นางกาน อายุ 58 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ และเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต พาไปชี้จุดเกิดเหตุและให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ทางด้าน นายสมชาย ชินวานิชย์เจริญ หัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์แผนไทย เผยว่า จากการตรวจสอบมีการดัดแปลงโอ่งที่ผิดหลัก และไม่มีความรู้เพียงพอ แม้ว่าสมุนไพรที่พบอยู่ในหม้อนึ่งจะไม่มีอันตราย เป็นสมุนไพรพื้นบ้านทั่วไปที่มีกลิ่นหอม จำพวกตะไคร้ ใบเตย แต่การที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่จำกัดและไม่มีช่องระบายอากาศ ประกอบกับมีการใช้เตาอั้งโล่ที่ให้ความร้อนด้วยถ่าน ทำให้ผู้ตายขาดอากาศหายใจคล้ายกับกรณีการรมควันในรถยนต์ แต่ก็ต้องไปดูใบชันสูตรอีกครั้ง ซึ่งเป็นเคสที่แทบจะไม่เคยเจอเลย ก็ต้องพึงระวังในการอบสมุนไพรรักษาอาการป่วยแบบนี้
ทั้งนี้ จริงๆ แล้วการอบสมุนไพร ต้องระวังเรื่องการระบายอากาศ การไม่อบนานเกินไปต่อวัน ควรอบสมุนไพรไม่เกิน 2 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 15 นาที เว้นช่วงในการเข้าออก เมื่อร่างกายมีอุณหภูมิร้อนขึ้น ก็จะระบายอากาศระบายความร้อนออกมาทางเหงื่อ และในการอบสมุนไพรในพื้นที่สาธารณะต่างๆ เราเองได้ให้ความรู้อยู่เป็นประจำ สถานที่ที่จะดำเนินการต้องมีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง เนื่องจากมี พรบ.สถานประกอบการที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพควบคุมอยู่ ต่อไปเราก็จะเพิ่มความถี่ในการให้ความรู้ในชุมชน ให้ความรู้ต่อสถานบริการต่างๆให้มากขึ้น เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ต้องมีการสูญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทางด้าน นางกาน เผยว่า อยู่กินกับสามีได้ไม่ถึง 5 เดือน หวังว่าจะมีคนมาคอยอยู่ดูแลตัวเองยามแก่เฒ่า แต่ก็ต้องมาสูญเสียสามีไปจากเหตุการณ์นี้ สามีมีอาการปวดหลังปวดขา จากอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และก็เป็นโรคสะเก็ดเงิน ตนก็พาไปรักษามาแล้วหลายที่ กระทั่งเมื่ออาทิตย์ก่อนสามีไปเปิดดูยูทูบ เพื่อดูวิธีการดัดแปลงโอ่งเป็นที่อบสมุนไพร แล้วเขาก็เริ่มเจาะโอ่งมาตั้งแต่นั้น กระทั่งเมื่อวานตอนเช้าสามีไปให้อาหารไก่ เขาก็เหนื่อยหอบ เพราะเขาเองก็ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ตนก็บอกให้เขาไปนั่งพัก และดื่มน้ำพักให้หายเหนื่อย
จากนั้นสามีก็เอ่ยปากชวนว่า "ถ้าจะไปก็มาเด้อ ป่ะไปด้วยกัน" ตนก็บอกไม่สบายจะกินยา แล้วก็เผลอหลับไป เมื่อรู้สึกตัวก็ออกมารดน้ำผัก เมื่อไม่เห็นสามีนานก็เลยเดินมาที่โอ่ง เปิดผ้าห่มออกจะจ๊ะเอ๋สามี ก็มองเห็นว่าลิ้นจุกปากแล้ว ตนก็รีบเอาเตาออกมา จะอุ้มร่างสามีออกมาก็ไม่ไหว จึงไปบอกเพื่อนบ้านมาช่วย
ทั้งนี้ ก่อนเขาจะเจาะโอ่ง ตนก็ห้ามแล้ว ตนมองว่ามันดูไม่ค่อยได้มาตรฐาน ตนก็ไม่ค่อยชอบอยู่แล้ว เตือนเขาว่าอย่าทำเลย ถ้าจะตัดโอ่งก็ตัดเลี้ยงปลาดีกว่า ถ้าจะไปรักษาอีก ก็จะพาไป แต่สามีก็ไม่ฟัง ถ้าตนเข้าไปอบกับสามีก็คงเสียชีวิตไปด้วยกันแน่ๆ นางกาน เล่าทั้งน้ำตา
อย่างไรก็ตาม หลังให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เสร็จเรียบร้อย นางกานได้ปิดบ้านและเดินทางไปยังบ้านของแม่ผู้ตายที่อยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งใกล้กัน ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพเพื่อบำเพ็ญกุศล แต่ก็ยังไม่ทราบว่าทางครอบครัวสามีจะเก็บศพไว้กี่วัน หรือจะทำพิธีฌาปนกิจวันไหน ก็คงจะต้องไปพูดคุยกับทางญาติทางนั้นอีกครั้งหนึ่ง.